Skip to content Skip to footer

แชร์ประสบการณ์ : การรักษามีบุตรยากในเคสอายุ 40+ ด้วยเทคโนโลยีตู้เลี้ยงตัวอ่อน AI (NGS)

ภาวะมีบุตรยากในกลุ่มคุณแม่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นหนึ่งในโจทย์ที่ท้าทายที่สุดของเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เนื่องจากคุณภาพและปริมาณของเซลล์ไข่ที่ลดลงตามธรรมชาติ วันนี้ GFC ขอนำเสนอประสบการณ์การรักษาในเคสคุณแม่วัย 40+ เพื่อให้เห็นภาพว่าด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ได้อย่างไร

ความท้าทายของเคส 40+ คืออะไร?

ในวัย 40 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือ “ภาวะโครโมโซมตัวอ่อนผิดปกติ” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตัวอ่อนไม่ฝังตัว หรือฝังตัวแล้วเกิดการแท้งในช่วงไตรมาสแรก นอกจากนี้ ปริมาณไข่สำรอง (AMH) มักจะน้อยลง ทำให้การกระตุ้นรังไข่เพื่อให้ได้จำนวนไข่ที่มากพอในรอบเดียวทำได้ยากขึ้น

แนวทางการรักษาที่แพทย์ GFC นำมาใช้ในเคสนี้

เพื่อให้เพิ่มโอกาสสำเร็จและลดความเสี่ยง ทีมแพทย์ GFC ได้วางแผนการรักษาแบบเจาะจง (Personalized Treatment) ดังนี้:

  1. การปรับสูตรยากระตุ้นไข่: แพทย์วางแผนการใช้ยาฉีดแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ไข่ที่สมบูรณ์ที่สุดแม้จะมีจำนวนไม่มาก
  2. การเจาะเก็บไข่และทำ ICSI: เลือกวิธี ICSI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิสนธิให้สูงที่สุด
  3. การใช้เทคโนโลยีตู้เลี้ยงตัวอ่อน AI (Geri Time-Lapse): ใช้ตู้เลี้ยงตัวอ่อนที่มีระบบกล้องบันทึกภาพตลอด 24 ชม. และ AI ช่วยวิเคราะห์เกรดตัวอ่อน ทำให้ตัวอ่อนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่นิ่งและเหมาะสมที่สุดโดยไม่ต้องเปิดตู้บ่อยๆ
  4. การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (NGS): นำเซลล์ตัวอ่อนส่งตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมทั้ง 24 คู่ เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนใส่กลับเข้าสู่โพรงมดลูก

ผลลัพธ์: ความสำเร็จของการสร้างครอบครัว

หลังจากคัดเลือกตัวอ่อนที่ผ่านการตรวจโครโมโซมว่าปกติ แพทย์ได้ทำการวางแผนเตรียมผนังมดลูกจนมีความหนาและสภาพพร้อมฝังตัวที่สุด (Triple Line) ผลการรักษาปรากฏว่าคุณแม่สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จและมีสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรงตามลำดับ

(หมายเหตุ: ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสุขภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกันไป)

บทเรียนจากเคสนี้: การเริ่มต้นเร็วคือโอกาสที่ดีที่สุด

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่วางแผนมีบุตร การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจประเมินภาวะเจริญพันธุ์ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครับ เพราะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้รวดเร็วและใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมได้อย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อายุ 40 ปีขึ้นไป โอกาสตั้งครรภ์ด้วยการทำ ICSI เหลือเท่าไหร่?

โอกาสสำเร็จขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่และสุขภาพโดยรวมเป็นหลักครับ แม้ในวัย 40+ ปริมาณไข่จะลดลง แต่การใช้เทคโนโลยี ICSI ควบคู่กับการตรวจโครโมโซม (PGT-A/NGS) จะช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุด ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ทารกที่แข็งแรงได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการพยายามด้วยวิธีธรรมชาติครับ

ทำไมเคสอายุเยอะ ต้องใช้ตู้เลี้ยงตัวอ่อน AI?

ตู้เลี้ยงตัวอ่อนเทคโนโลยี AI (Geri Time-Lapse) จะช่วยบันทึกพัฒนาการของตัวอ่อนแบบ 24 ชั่วโมง ช่วยให้นักวิทย์ฯ สามารถประเมินความแข็งแรงของตัวอ่อนได้อย่างละเอียดโดยไม่ต้องรบกวนสภาพแวดล้อมภายในตู้ ซึ่งสำคัญมากสำหรับเคสที่มีไข่หรือตัวอ่อนจำนวนจำกัด เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโอกาสฝังตัวสูงที่สุดกลับเข้าสู่โพรงมดลูกครับ

ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหนก่อนเริ่มทำ ICSI ในวัย 40+?

แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประเมินระดับฮอร์โมน (AMH) และอัลตราซาวนด์รังไข่ก่อนครับ เพื่อประเมินความพร้อมและวางแผนการใช้ยา หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำให้ปรับพฤติกรรม ทานอาหารบำรุงไข่ และทานวิตามินตามคำแนะนำของแพทย์ประมาณ 3 เดือนก่อนเริ่มเข้ากระบวนการ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

ถ้าเคยทำ ICSI ที่อื่นไม่สำเร็จ สามารถมาปรึกษาที่ GFC ได้ไหม?

ได้แน่นอนครับ เรายินดีให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ประวัติการรักษาเดิม (Second Opinion) เพื่อหาสาเหตุที่ไม่สำเร็จ และวางแผนการรักษาใหม่ที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับร่างกายของคุณแม่มากที่สุดครับ