ฉีดกระตุ้นไข่ จำเป็นแค่ไหนสำหรับคนอยากมีลูก?
ฉีดกระตุ้นไข่ จำเป็นแค่ไหน >> Album Post
Facebook Post
เมื่อพูดถึงการรักษาภาวะมีบุตรยาก หลายคนอาจเข้าใจว่า “การฉีดยากระตุ้นไข่” เป็นขั้นตอนที่ทุกคนต้องทำ แต่ในความเป็นจริง การกระตุ้นไข่ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก รวมถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละคนแตกต่างกัน
การกระตุ้นไข่คืออะไร?
การกระตุ้นไข่ คือการใช้ยาเพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของรังไข่ ทำให้มีการเจริญเติบโตของไข่ และช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดการตกไข่หรือมีไข่ที่พร้อมสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยาก
อย่างไรก็ตาม การใช้ยากระตุ้นไข่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากอายุ สุขภาพรังไข่ การตกไข่ สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก รวมถึงวิธีการรักษาที่วางแผนไว้
ใครบ้างที่อาจได้รับการกระตุ้นไข่?
การกระตุ้นไข่อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในผู้ที่มีปัญหาการตกไข่ หรือมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดลง เช่น
ผู้ที่มีภาวะไข่ตกไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีการตกไข่
ผู้ที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจต้องมีการประเมินภาวะเจริญพันธุ์และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
ผู้ที่วางแผนรักษาด้วยวิธี IUI หรือ ICSI ซึ่งในบางกรณีแพทย์อาจใช้ยากระตุ้นไข่เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จของการรักษา
ทั้งนี้ การมีปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องฉีดยากระตุ้นไข่เสมอไป แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคลก่อนเลือกแนวทางที่เหมาะสม
กระตุ้นไข่ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี
สิ่งสำคัญของการกระตุ้นไข่คือ การเลือกชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลาในการใช้ให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน เพราะการตอบสนองต่อยาแตกต่างกัน
ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อยากระตุ้นไข่มาใช้เอง หรือปรับขนาดยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะจำเป็นต้องมีการติดตามการเจริญเติบโตของไข่และการตอบสนองของรังไข่อย่างเหมาะสม
อยากมีลูก ต้องเริ่มจากการประเมินที่เหมาะกับตัวเอง
การรักษาภาวะมีบุตรยากไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน บางคนอาจตั้งครรภ์ได้ด้วยการวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ตามช่วงไข่ตก บางคนอาจเหมาะกับการกระตุ้นไข่ร่วมกับ IUI ขณะที่บางรายอาจต้องทำ ICSI
ดังนั้น ก่อนเริ่มการรักษา ควรเข้ารับการตรวจและประเมินจากแพทย์ เพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับคู่ของคุณ
กำกับดูแลโดยรศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ (ว.18494)แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
