Skip to content Skip to footer

ย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (FET) คืออะไร? ขั้นตอนเตรียมผนังมดลูก ข้อห้ามก่อนใส่ตัวอ่อน

ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) เมื่อได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จในการตั้งครรภ์คือ การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (Frozen Embryo Transfer หรือ FET) กลับเข้าสู่โพรงมดลูก บทความนี้ GFC จะพาไปเจาะลึกว่า FET คืออะไร ต้องเตรียมผนังมดลูกกี่วัน และมีข้อห้ามอะไรบ้างก่อนใส่ตัวอ่อน เพื่อให้คุณแม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจที่สุดครับ

การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (FET) คืออะไร?

การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (Frozen Embryo Transfer – FET) คือ กระบวนการนำตัวอ่อนที่ถูกแช่แข็งไว้จากรอบการทำ ICSI หรือ IVF มาทำการละลาย (Thawing) และใช้สายยางขนาดเล็กสอดผ่านปากมดลูกเพื่อนำตัวอ่อนกลับเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง

ปัจจุบันคลินิกผู้มีบุตรยากชั้นนำมักจะแนะนำให้คนไข้ “แช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อน แล้วค่อยใส่ในรอบถัดไป” แทนที่จะใส่ตัวอ่อนรอบสด (Fresh Transfer) ในรอบที่เพิ่งเก็บไข่เสร็จทันทีครับ

ทำไมถึงควรแช่แข็งตัวอ่อน แล้วค่อยใส่กลับเข้าโพรงมดลูก?

  • เพื่อให้มดลูกได้พักฟื้น: ร่างกายฝ่ายหญิงเพิ่งผ่านการฉีดยากระตุ้นไข่ ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายยังสวิงและสภาพโพรงมดลูกอาจยังไม่พร้อม การพัก 1-2 เดือนแล้วค่อยใส่ตัวอ่อน จะช่วยให้ผนังมดลูกพร้อมรับการฝังตัวมากกว่า
  • รอผลตรวจโครโมโซม (PGT-A): สำหรับผู้ที่อายุ 35+ หรือมีประวัติแท้งบุตร แพทย์จะต้องตัดเซลล์ตัวอ่อนไปตรวจโครโมโซม ซึ่งต้องใช้เวลารอผล จึงจำเป็นต้องแช่แข็งตัวอ่อนรอไว้ก่อน
  • เก็บตัวอ่อนที่เหลือไว้ใช้ในอนาคต: หากทำ ICSI แล้วได้ตัวอ่อนหลายตัว สามารถแช่แข็งตัวที่เหลือเก็บไว้ หากอยากมีลูกคนที่ 2 หรือ 3 ก็สามารถละลายมาใส่ได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มฉีดยากระตุ้นไข่ใหม่

ขั้นตอนการเตรียมผนังมดลูก และการย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง

กระบวนการย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง ไม่เจ็บ ไม่ต้องดมยาสลบ และใช้เวลาเตรียมตัวไม่นาน โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. การใช้ยาเตรียมผนังมดลูก: ในช่วงวันที่ 2-3 ของการมีประจำเดือน แพทย์จะเริ่มให้ทานยาฮอร์โมนเพื่อเตรียมผนังมดลูกให้ฟูหนาและมีเลือดมาเลี้ยงอย่างเหมาะสม
  2. อัลตราซาวนด์เช็กความหนา: เตรียมผนังมดลูกใช้เวลากี่วัน? โดยปกติจะใช้เวลาทานยาประมาณ 10-14 วัน จากนั้นแพทย์จะนัดมาอัลตราซาวนด์ ผนังมดลูกที่พร้อมฝังตัวควรมีความหนาประมาณ 8-10 มิลลิเมตร และเรียงตัวสวยงามเป็น 3 ชั้น (Triple line)
  3. การละลายตัวอ่อน: เมื่อผนังมดลูกพร้อม นักวิทย์ฯ จะทำการละลายตัวอ่อนระยะ บลาสโตซิสต์ (Blastocyst) ออกมาจากถังไนโตรเจนเหลว ซึ่งเทคนิคของ GFC ทำให้อัตรารอดชีวิตของตัวอ่อนหลังละลายสูงเกือบ 100%
  4. การใส่ตัวอ่อน (Embryo Transfer): แพทย์จะใช้สายยางขนาดเล็กมากดูดตัวอ่อน และสอดผ่านปากมดลูกเข้าไปวางในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที หลังทำเสร็จนอนพัก 30 นาที ก็สามารถกลับบ้านได้

ข้อห้าม ก่อนใส่ตัวอ่อน และหลังใส่ตัวอ่อน

เพื่อให้ตัวอ่อนเกาะติดผนังมดลูกได้ดีที่สุด คุณแม่ควรปฏิบัติตัวดังนี้:

  • ก่อนใส่ตัวอ่อน: พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อบำรุงผนังมดลูก งดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และที่สำคัญ ห้ามเครียด เพราะความเครียดจะส่งผลต่อฮอร์โมนและการหดรัดตัวของมดลูก
  • หลังใส่ตัวอ่อน: งดการยกของหนัก งดการออกกำลังกายที่กระทบกระเทือนหน้าท้อง งดการแช่น้ำร้อน/อบซาวน่า และควรเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ ในช่วง 3-5 วันแรก

ปรึกษาเตรียมความพร้อมก่อนย้ายตัวอ่อนที่ GFC

การย้ายตัวอ่อนคือวินาทีสำคัญที่สุดของการทำเด็กหลอดแก้ว ที่ GFC (Genesis Fertility Center) เราใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การใช้ยาเตรียมผนังมดลูกเฉพาะบุคคล ไปจนถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการวางตำแหน่งตัวอ่อน เพื่อมอบโอกาสตั้งครรภ์ที่สูงที่สุดให้กับคุณ

เตรียมผนังมดลูกใช้เวลากี่วัน?

โดยทั่วไปการเตรียมผนังมดลูกก่อนใส่ตัวอ่อนจะใช้เวลาทานยาและสอดยาประมาณ 10-14 วัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อยาของแต่ละบุคคล แพทย์จะทำการอัลตราซาวนด์เพื่อดูว่าความหนาของผนังมดลูกถึงเกณฑ์ที่เหมาะสม (ประมาณ 8-10 มม.) แล้วหรือยังก่อนกำหนดวันย้ายตัวอ่อน

ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) คืออะไร?

Blastocyst คือ ตัวอ่อนที่ถูกเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการจนเจริญเติบโตถึงวันที่ 5 หรือ 6 ซึ่งเป็นระยะที่ตัวอ่อนมีความสมบูรณ์ แข็งแรง และมีเซลล์แบ่งตัวหลายร้อยเซลล์พร้อมที่จะฝังตัว การใส่ตัวอ่อนระยะนี้จะให้โอกาสการตั้งครรภ์สูงกว่าตัวอ่อนระยะอื่นๆ

ใส่ตัวอ่อนแช่แข็ง เจ็บไหม?

ขั้นตอนการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกไม่เจ็บเลยครับ ความรู้สึกจะคล้ายกับการตรวจภายในหรือการทำคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ไม่ต้องดมยาสลบและไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร ใช้เวลาทำเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น

หลังใส่ตัวอ่อน อาการแบบไหนที่บอกว่า ท้อง?

หลังใส่ตัวอ่อนประมาณ 1 สัปดาห์ คุณแม่อาจมีอาการคัดตึงเต้านม อ่อนเพลีย ง่วงนอนง่าย หรือบางรายอาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอยเล็กน้อย (Implantation bleeding) ซึ่งเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อน อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเป็นผลข้างเคียงจากฮอร์โมนที่ได้รับ วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการมาเจาะเลือดตรวจค่า hCG ตามที่แพทย์นัดหลังใส่ตัวอ่อน 10-14 วันครับ