เมื่อพูดถึงปัญหา “มีลูกยาก” หลาย ๆ คู่มักจะมุ่งประเด็นไปที่ฝ่ายหญิงเป็นอันดับแรกครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอายุ คุณภาพไข่ หรือโรคช็อกโกแลตซีสต์ แต่ในความเป็นจริงสถิติทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า ปัญหามีบุตรยากเกิดจากฝ่ายชายได้สูงถึง 35-40% เท่า ๆ กันเลยครับ
และหนึ่งในฝันร้ายที่สุดของคนอยากเป็นพ่อบ้านก็คือ วันที่จูงมือภรรยามาตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) แล้วคุณหมอเดินมาบอกว่า “ไม่พบตัวอสุจิในน้ำเชื้อเลยแม้แต่ตัวเดียว” หรือในทางการแพทย์เรียกว่าภาวะ Azoospermia ครับ
นาทีนั้นผู้ชายหลายคนแทบทรุด คาดไม่ถึงว่าร่างกายที่ดูแข็งแรง ฟิตเฟิร์ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะกลายเป็นคนที่เป็นหมัน? แต่หมออยากจะตบไหล่ให้กำลังใจตรงนี้เลยครับว่า “การไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อที่หลั่งออกมา ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีตัวอสุจิ และไม่ได้แปลว่าคุณจะมีลูกของตัวเองไม่ได้ครับ”
เพราะในปัจจุบัน เรามีเทคโนโลยีการเจาะและการผ่าตัดเล็กระดับไมโครสโคปที่เรียกว่า PESA และ TESE ที่สามารถเข้าไป “กู้และค้นหา” ตัวอสุจิที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในอัณฑะออกมาทำลูกได้สำเร็จ วันนี้หมอจะมาชำแหละให้ฟังกันชัด ๆ ครับว่าอสุจิมันหายไปไหน และเราจะไปตามจับมันกลับมาได้อย่างไรบ้างครับ
ภาวะไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อเลย (Azoospermia) เกิดจากอะไร?
ภาวะอสุจิเป็นศูนย์ หรือ Azoospermia พบได้ประมาณ 1% ของผู้ชายทั้งหมด และพบได้สูงถึง 10-15% ในกลุ่มผู้ชายที่มีภาวะมีบุตรยากครับ โดยหมอสามารถแบ่งสาเหตุออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามกลไกของร่างกาย เพื่อให้เข้าใจและวางแผนรักษาได้ง่ายขึ้นดังนี้ครับ:
1. กลุ่มที่มีการอุดตันของท่อนำอสุจิ (Obstructive Azoospermia: OA)
กลุ่มนี้คิดเป็นประมาณ 40% ของคนที่มีภาวะอสุจิเป็นศูนย์ครับ อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ “โรงงานผลิตอสุจิทำงานปกติ แต่อุโมงค์หรือท่อส่งส่งออกปิดตาย” อัณฑะของคุณยังคงสร้างตัวอสุจิที่แข็งแรงได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุก ๆ วันครับ แต่เนื่องจากท่อนำอสุจิเกิดการตีบ ตัน หรือขาดหายไป ทำให้น้องอสุจิเดินทางออกมาผสมกับน้ำเลี้ยงในวันที่มีการหลั่งไม่ได้ สาเหตุพบบ่อยได้แก่:
- การทำหมันชาย (Vasectomy): ถือเป็นสาเหตุหลักที่เจตนาตัดและผูกท่อนำอสุจิเอาไว้
- การติดเชื้อหรือการอักเสบในอดีต: เช่น เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (เช่น หนองใน) หรือท่อเก็บอสุจิอักเสบจนเกิดพังผืดมาอุดตันเส้นทาง
- ความผิดปกติแต่กำเนิด: ร่างกายไม่มีท่อนำอสุจิมาตั้งแต่เกิด (CBAVD) ซึ่งมักพบร่วมกับพาหะโรคทางพันธุกรรมบางชนิด
2. กลุ่มที่อัณฑะมีความผิดปกติในการผลิต (Non-obstructive Azoospermia: NOA)
กลุ่มนี้มีความซับซ้อนกว่า คิดเป็นประมาณ 60% ครับ เปรียบเหมือน “ท่อส่งส่งออกเปิดโล่งดี แต่โรงงานผลิตดันปิดตัวลง หรือผลิตได้น้อยมาก ๆ จนส่งออกมาไม่ถึงปลายทาง” สาเหตุหลัก ๆ มักมาจาก:
- ความผิดปกติของโครโมโซมและพันธุกรรม: เช่น กลุ่มอาการ Klinefelter Syndrome (โครโมโซมเพศเป็น XXY แทนที่จะเป็น XY) ทำให้เนื้อเยื่ออัณฑะฝ่อตัว
- ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล: สมองส่วนหน้าไม่หลั่งฮอร์โมน (FSH, LH) มากระตุ้นให้อัณฑะสร้างอสุจิ
- ประวัติอัณฑะไม่ลงถุง (Cryptorchidism): ตอนเด็ก ๆ อัณฑะติดค้างอยู่ในช่องท้องนานเกินไป ความร้อนในร่างกายช็อกเซลล์ต้นกำเนิดอสุจิจนเสียหาย
- เคยผ่านสารเคมีหรือการฉายรังสี: เช่น คนไข้ที่เคยรับการรักษามะเร็ง
- เส้นเลือดขอดที่อัณฑะ (Varicocele) ระดับรุนแรง: ทำให้เกิดความร้อนสะสมและการไหลเวียนเลือดไม่ดีจนขัดขวางการผลิตอสุจิ
PESA vs TESE เทคโนโลยี “กู้อสุจิ” จากอัณฑะ แตกต่างกันอย่างไร?
เมื่อคนไข้เดินเข้ามาตรวจที่คลินิกแล้วพบว่าน้ำเชื้อเป็นศูนย์ ขั้นตอนต่อไปหมอจะแนะนำให้เจาะเลือดเช็กระดับฮอร์โมนและทำอัลตราซาวด์อัณฑะ เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าเป็นกลุ่มท่อตัน (OA) หรือกลุ่มโรงงานพัง (NOA) จากนั้นเราจะใช้เทคโนโลยีช่วยสืบพันธุ์ในการเก็บอสุจิโดยตรง โดยมี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้ครับ
PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration) — วิธีเจาะดูดท่อเก็บอสุจิ
วิธี PESA เป็นหัตถการที่ทำได้ง่าย รวดเร็ว และเจ็บตัวน้อยมากครับ
- หลักการทำงาน: แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กมาก (สเกลเดียวกับเข็มเจาะเลือดทั่วไป) เจาะผ่านผิวหนังบริเวณถุงอัณฑะเข้าไปตรง ๆ ที่ “ท่อพักอสุจิส่วนต้น” (Epididymis) ซึ่งเป็นบริเวณที่อสุจิที่สร้างเสร็จแล้วจะมารวมตัวกันอยู่ จากนั้นแพทย์จะทำการต่อไซริงค์เพื่อดูดเอาน้ำสารคัดหลั่งที่มีอสุจิซ่อนอยู่ออกมา
- เหมาะสำหรับใคร?: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชายกลุ่ม ท่อนำอสุจิตัน (Obstructive Azoospermia) เช่น คนที่เคยทำหมันชายมาแล้วอยากมีลูกใหม่ หรือคนที่ท่อส่งตันจากพังผืด เนื่องจากในท่อพักอสุจิจะมีตัวอสุจิอัดแน่นอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
- ข้อดี: ไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด ไม่ต้องเย็บแผล ใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะที่หรือดมยาสลบอ่อน ๆ ใช้เวลาทำเพียง 10-15 นาที หลังทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ทันที แทบไม่มีอาการระบมเลยครับ
TESE (Testicular Sperm Extraction) — วิธีผ่าตัดเล็กขลิบเนื้ออัณฑะ
ในกรณีที่แพทย์ประเมินแล้วว่าคนไข้เป็นกลุ่มโรงงานผลิตมีปัญหา (NOA) หรือในกรณีที่พยายามทำ PESA แล้วแต่พบว่าในท่อพักไม่มีตัวอสุจิเลย หมอจะขยับมาใช้วิธี TESE ครับ
- หลักการทำงาน: วิธีนี้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก (Minor Surgery) โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กมากประมาณ 0.5 – 1 เซนติเมตร ที่บริเวณผิวถุงอัณฑะ จากนั้นจะทำการขลิบเอา “ชิ้นเนื้อขนาดเล็กจิ๋วภายในเนื้ออัณฑะ” (Testicular Tissue) ออกมาประมาณ 1-2 ชิ้น ซึ่งในเนื้ออัณฑะนี้จะมีหลอดสร้างอสุจิขนาดเล็ก (Seminiferous Tubules) อยู่ จากนั้นจะส่งชิ้นเนื้อนี้เข้าห้องแล็บทันที เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนนำไปบดและส่องค้นหาตัวอสุจิที่ยังหลงเหลืออยู่ภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง
- เหมาะสำหรับใคร?: เหมาะสำหรับผู้ชายกลุ่ม อัณฑะผลิตอสุจิผิดปกติ (Non-obstructive Azoospermia) เพราะถึงแม้โรงงานจะไม่ส่งอสุจิออกมาข้างนอก แต่ในซอกหลืบของเนื้ออัณฑะมักจะยังพอมีตัวอสุจิหน้าตาดีหลบซ่อนอยู่ประปราย วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสเจอตัวอสุจิได้สูงถึง 40-50% แม้ในเคสที่ยากที่สุดครับ
- ข้อดี: เป็นเทคนิคที่แม่นยำและหวังผลได้สูงสุดในรายที่น้ำเชื้อเป็นศูนย์ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก เย็บด้วยไหมละลาย ไม่ต้องมาตัดไหม และระบมน้อยกว่าที่คิดครับ
ขั้นตอนการเตรียมตัวและกระบวนการทำ PESA / TESE ที่ GFC Clinic
หลายคนพอได้ยินคำว่าเจาะอัณฑะ ผ่าเนื้ออัณฑะ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยจะรู้สึกเสียววาบและกลัวความเจ็บปวดครับ หมออยากบอกว่าในความเป็นจริง กระบวนการที่ GFC Clinic ปลอดภัยและไม่ทรมานเลยครับ โดยเรามีขั้นตอนที่เป็นระบบดังนี้:
- การเตรียมตัวก่อนทำ (ล่วงหน้า 1-3 เดือน): อสุจิใช้เวลาสร้างรอบใหม่ประมาณ 72 วัน หมอจะแนะนำให้ฝ่ายชายงดสูบบุหรี่ งดแอลกอฮอล์ นอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมง และทานวิตามินบำรุงกลุ่มที่มี สังกะสี (Zinc), Coenzyme Q10, และแอล-คาร์นิทีน เพื่อปรับคุณภาพตัวอสุจิในเนื้ออัณฑะให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนวันเก็บจริง
- วันทำหัตถการ: ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายจะนัดเข้ามาพร้อมกันในวันที่ฝ่ายหญิงต้อง “เก็บไข่” ครับ ฝ่ายชายต้องงดน้ำงดอาหารมาล่วงหน้า 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากที่ GFC เราจะทำการระงับความรู้สึกโดยให้วิสัญญีแพทย์ (หมอดมยา) คอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้คนไข้หลับสนิทตลอดกระบวนการ คุณจะไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียวในขณะที่หมอทำการเจาะ PESA หรือผ่า TESE ครับ
- การประสานงานในห้องปฏิบัติการ: ทันทีที่หมอดูดสารคัดหลั่งหรือขลิบชิ้นเนื้ออัณฑะออกมา ทีมหมอจะส่งตรงเข้าห้องแล็บทันที นักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อนจะส่องกล้องค้นหาอสุจิแบบสด ๆ (Real-time) หากพบตัวอสุจิที่ว่ายน้ำดี รูปร่างสวยงาม ก็จะคัดเลือกออกมาเพื่อนำไปทำกระบวนการ ICSI (เด็กหลอดแก้ว) ปฏิสนธิกับไข่ของภรรยาในวันเดียวกันทันทีครับ
- การปฏิบัติตัวหลังทำ: หลังตื่นจากยาสลบและนอนพักฟื้น 1-2 ชั่วโมง เมื่อแผลแห้งดีไม่มีเลือดซึม ก็สามารถกลับบ้านได้เลยครับ หมอจะจ่ายยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อให้ทาน แนะนำให้ใส่กางเกงในที่กระชับเพื่อลดการแกว่งตัวของอัณฑะ งดยกของหนักหรือออกกำลังกายหักโหมประมาณ 1 สัปดาห์ แผลจะสมานตัวหายดีอย่างรวดเร็วครับ
ทำไมต้องมาแก้ปัญหาน้ำเชื้อเป็นศูนย์ที่ GFC Clinic?
การทำ PESA และ TESE ในเคสที่ไม่มีตัวอสุจิเลย ถือเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและพึ่งพาประสบการณ์ของทั้งทีมแพทย์และห้องแล็บสูงมากครับ ที่ GFC Clinic เรามีความพร้อมที่จะช่วยสานฝันของคุณให้เป็นจริงด้วยจุดเด่นเหล่านี้:
- ทีมแพทย์ GFC ระดับอาจารย์: เรามี ทีมแพทย์ GFC ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ถึง 6 ท่าน ซึ่งมีความชำนาญสูงในการผ่าตัดกู้อสุจิอย่างประณีต เพื่อเซฟเนื้อเยื่ออัณฑะของคนไข้ให้บอบช้ำน้อยที่สุด
- ห้องแล็บมาตรฐานสากล Cleanroom Class 100: การบดชิ้นเนื้อและค้นหาตัวอสุจิขนาดไม่กี่ไมครอน ต้องทำในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดเชื้อ และควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้ตัวอสุจิที่กู้มาได้อันน้อยนิดต้องตายไปก่อนการปฏิสนธิ
- ผสานเทคโนโลยี ICSI อัตราสำเร็จสูง: เมื่อกู้อสุจิมาได้แล้ว เราจะนำเข้าสู่กระบวนการ ICSI (เด็กหลอดแก้ว) แพ็กเกจและราคา ทันที ซึ่ง GFC มีอัตราความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วสูงถึง 60-65% และหากคนไข้เลือกทำ PGT-A ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ร่วมด้วย เพื่อคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โอกาสตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยจะพุ่งสูงถึง 70-75% เลยทีเดียวครับ
หมออยากเน้นย้ำอีกครั้งครับว่า “ตรวจเจอน้ำเชื้อเป็นศูนย์…อย่าเพิ่งถอดใจ” ตราบใดที่อัณฑะของคุณยังอยู่ เรายังมีโอกาสจับมือพาลูกน้อยมาเกิดได้เสมอครับ
เปลี่ยนความกังวลใจให้กลายเป็นทางออกที่ชัดเจน นัดปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจประเมินน้ำเชื้อและวางแผนทำ PESA / TESE ที่ GFC Clinic ได้เลยวันนี้ครับ
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะอสุจิเป็นศูนย์และการทำ PESA / TESE
Q: ตรวจเจอน้ำเชื้อไม่มีตัวอสุจิเลย (Azoospermia) แตกต่างจากคนเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไหม?
A: แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและไม่เกี่ยวข้องกันเลยครับ ผู้ชายที่มีภาวะ Azoospermia ส่วนใหญ่มีสมรรถภาพทางเพศที่แข็งแรงดีมาก อวัยวะเพศแข็งตัวปกติ มีความต้องการทางเพศปกติ และหลั่งน้ำอสุจิได้ปริมาณปกติทุกประการครับ เพียงแค่องค์ประกอบภายในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมานั้น “ไม่มีเซลล์ตัวอสุจิ” ปนอยู่เท่านั้นเอง ซึ่งไม่สามารถรู้ได้เลยหากไม่นำน้ำเชื้อมาส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจครับ
Q: การทำ PESA หรือ TESE เจ็บมากไหม? ต้องพักฟื้นกี่วัน?
A: ขณะทำหัตถการจะ “ไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ” เพราะที่ GFC Clinic เรามีการดมยาสลบอ่อน ๆ โดยวิสัญญีแพทย์คอยดูแลตลอดเวลา หลังทำเสร็จเมื่อยาหมดฤทธิ์ จะมีเพียงอาการรู้สึกหน่วง ๆ หรือระบมตึง ๆ บริเวณถุงอัณฑะคล้าย ๆ โดนกระแทก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการทานยาแก้ปวดครับ คนไข้พักฟื้นนอนนิ่ง ๆ ที่บ้านประมาณ 1-2 วัน ก็สามารถกลับไปทำงานนั่งโต๊ะตามปกติได้ทันทีครับ
Q: ถ้าเคยทำหมันชายมาแล้ว 10 ปี แต่อยากมีลูกใหม่ ควรเลือกวิธีแก้หมันหรือทำ PESA/TESE ดีกว่ากัน?
A: หากต้องการความรวดเร็วและอัตราความสำเร็จสูงสุด หมอแนะนำการทำ PESA / TESE ร่วมกับการทำ ICSI เลยครับ เนื่องจากคนที่ทำหมันมานานเกิน 5-10 ปีขึ้นไป ท่อนำอสุจิที่เหลือมักจะเกิดพังผืดหนาแน่น การผ่าตัดต่อท่อนำอสุจิกลับคืน (แก้หมัน) มีโอกาสประสบความสำเร็จต่ำและต้องรอเวลาสมานแผลนาน ในขณะที่การทำ PESA สามารถเจาะดูดอสุจิออกมาใช้ทำเด็กหลอดแก้วได้ทันทีภายในวันเดียวและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่าครับ
Q: อสุจิที่ได้จากวิธี PESA และ TESE มีคุณภาพดีพอที่จะทำให้ภรรยาตั้งครรภ์ได้จริงหรือ?
A: แม้อสุจิที่เก็บได้จากอัณฑะโดยตรงจะเป็นอสุจิที่ “ยังโตไม่เต็มที่ 100%” ในแง่ของการแหวกว่าย (เพราะปกติอสุจิจะไปฝึกว่ายน้ำในท่อนำอสุจิ) แต่ในแง่ของความสมบูรณ์ของสารพันธุกรรมและโครโมโซมภายในเซลล์ ถือว่ามีความพร้อมสมบูรณ์ดีมากครับ เมื่อนำมาทำร่วมกับเทคโนโลยี ICSI ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะใช้เข็มไมโครสโคปจับตัวอสุจิฉีดเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง โอกาสปฏิสนธิและเติบโตเป็นตัวอ่อนที่แข็งแรงจึงสูงไม่ต่างจากอสุจิที่หลั่งออกมาตามธรรมชาติเลยครับ
Q: กรณีที่เป็นกลุ่มอัณฑะไม่ผลิตอสุจิ (NOA) มีโอกาสที่จะทำ TESE แล้วไม่เจอตัวอสุจิเลยไหม?
A: มีโอกาสครับ ในกลุ่ม NOA สถิติการตรวจเจอตัวอสุจิจากการทำ TESE ทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 40-50% ครับ แปลว่ามีโอกาสครึ่งต่อครึ่งที่จะเจอตัวอสุจิซ่อนอยู่ อย่างไรก็ตาม ที่ GFC Clinic เรามีความเชี่ยวชาญและใช้วิธีค้นหาชิ้นเนื้ออย่างละเอียดในห้องแล็บเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไข้มากที่สุด หากทำเต็มที่แล้วไม่พบจริง ๆ แพทย์จึงจะแนะนำทางเลือกถัดไป เช่น การใช้สำรองอสุจิจากธนาคารอสุจิ (Donor) ตามความยินยอมของคู่สมรสครับ
Q: ค่าใช้จ่ายในการทำ PESA และ TESE อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?
A: สำหรับหัตถการเจาะกู้อสุจิ PESA หรือ TESE ที่ GFC Clinic จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 40,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความยากง่ายของเคส) ซึ่งหัตถการนี้จะต้องทำควบคู่ไปกับแพ็กเกจการทำเด็กหลอดแก้ว ICSI (เด็กหลอดแก้ว) แพ็กเกจและราคา ของฝ่ายหญิงครับ โดยคนไข้สามารถเข้ามาตรวจร่างกายเพื่อประเมินและรับการสรุปค่าใช้จ่ายที่โปร่งใสชัดเจนจากแพทย์ก่อนตัดสินใจรักษาได้ครับ

พญ.วรมา เกษมพิพัฒชัย ใบอนุญาตเลขที่ 38204
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ประจำที่ GFC Clinic
