Skip to content Skip to footer

ใส่ตัวอ่อนรอบสด VS รอบแช่แข็ง แบบไหนโอกาสติดมากกว่ากัน?

ใส่ตัวอ่อนรอบสด VS รอบแช่แข็ง — คำถามที่คนไข้ ICSI ถามบ่อยที่สุด

หลังจากทำ ICSI และได้ตัวอ่อนแล้ว คำถามที่คนไข้ถามบ่อยมากคือ “ควรย้ายตัวอ่อนเลยในรอบเดิมดีไหม หรือแช่แข็งไว้รอดีกว่า?”

คำตอบจากข้อมูลทางการแพทย์และประสบการณ์ที่ GFC Clinic คือ รอบแช่แข็ง (FET) มีอัตราความสำเร็จสูงกว่าในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ทุกคนครับ มีกรณีที่รอบสดก็เหมาะสมเช่นกัน

บทความนี้จะอธิบายให้ชัดเจนว่าทำไม FET ถึงได้ผลดีกว่า และใครควรเลือกแบบไหน


ทำความเข้าใจก่อน: รอบสด (Fresh) กับรอบแช่แข็ง (FET) คืออะไร?

การย้ายตัวอ่อนรอบสด (Fresh Embryo Transfer) คือการย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูกทันทีหลังจากกระบวนการ ICSI สำเร็จ ภายใน 3-6 วัน หลังเก็บไข่ ร่างกายยังอยู่ในช่วงที่ได้รับยากระตุ้นรังไข่อยู่

การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง FET (Frozen Embryo Transfer) คือการแช่แข็งตัวอ่อนที่ได้ไว้ก่อน แล้วค่อยย้ายในรอบถัดไปเมื่อร่างกายพักฟื้นและพร้อมแล้ว โดยทั่วไปรอประมาณ 1-3 เดือน หลังเก็บไข่


เปรียบเทียบตรงๆ: รอบสด VS FET

ด้าน รอบสด (Fresh) FET (แช่แข็ง)
เวลา ย้ายเลย 3-6 วันหลังเก็บไข่ รอ 1-3 เดือน
ฮอร์โมนในร่างกาย สูงจากยากระตุ้น กลับสู่ปกติ
ผนังมดลูก อาจบวมหรือหนาเกินไป กลับสู่ภาวะปกติ
ความเสี่ยง OHSS ปานกลาง-สูง ต่ำมาก
อัตราสำเร็จ 45-55% 55-65%
เหมาะกับ ร่างกายตอบสนองยาดี กรณีส่วนใหญ่
ระยะเวลาถึงมีลูก เร็วกว่า นานกว่า 1-3 เดือน

4 เหตุผลที่ FET มักให้ผลดีกว่า

เหตุผลที่ 1: ผนังมดลูกพร้อมรับตัวอ่อนมากกว่า

ระหว่างกระตุ้นรังไข่ ยาฮอร์โมนทำให้ระดับ Estradiol ในเลือดสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ผนังมดลูกหนาและบวมกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ตัวอ่อนฝังตัวลำบาก

เมื่อพักฟื้น 1-2 รอบเดือน ผนังมดลูกกลับสู่ภาวะปกติ พร้อมรับตัวอ่อนมากขึ้น นั่นคือเหตุผลหลักที่ FET มีอัตราสำเร็จสูงกว่า

เหตุผลที่ 2: ลดความเสี่ยง OHSS อย่างมีนัยสำคัญ

OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) คือภาวะที่รังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป ทำให้:

  • ท้องบวม ท้องอืด มีน้ำในช่องท้อง
  • ปวดท้องรุนแรง
  • หายใจลำบาก (กรณีรุนแรง)
  • ไตวายเฉียบพลัน (กรณีรุนแรงมาก)

ถ้าย้ายตัวอ่อนในรอบสดและตั้งครรภ์สำเร็จ ฮอร์โมน hCG จากการตั้งครรภ์จะกระตุ้นให้ OHSS แย่ลงอีก การเลือก FET จึงตัดความเสี่ยงนี้ออกไปได้เลย

เหตุผลที่ 3: ร่างกายได้พักฟื้นอย่างเต็มที่

กระบวนการกระตุ้นรังไข่และเก็บไข่เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องใช้พลังงานมาก การให้ร่างกายพักฟื้นอย่างน้อย 1 รอบเดือน ช่วยให้ระบบต่างๆ กลับสู่ปกติ และมดลูกพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อนได้ดีขึ้น

เหตุผลที่ 4: เลือกเวลาที่เหมาะสมได้

FET ช่วยให้คนไข้และแพทย์สามารถเลือกเวลาที่ร่างกายพร้อมที่สุดสำหรับการย้ายตัวอ่อน โดยติดตามรอบเดือนและผนังมดลูกอย่างละเอียดก่อนทำ ซึ่งเพิ่มโอกาสสำเร็จได้มาก


แล้วรอบสด (Fresh Transfer) เหมาะกับใคร?

แม้ FET จะดีกว่าในหลายกรณี แต่รอบสดยังเหมาะสมในบางสถานการณ์ครับ:

เหมาะกับรอบสดเมื่อ:

  • ร่างกายตอบสนองยากระตุ้นในระดับปกติ ไม่มีความเสี่ยง OHSS
  • ผนังมดลูกหนาพอดี (≥8 mm) และสภาพดี
  • ได้ตัวอ่อนจำนวนน้อย และไม่ต้องการเสี่ยงกับกระบวนการแช่แข็ง
  • คู่ที่ต้องการประหยัดเวลา และแพทย์ประเมินแล้วว่าร่างกายพร้อม
  • ไม่ได้ทำ PGT-A (เพราะ PGT-A ต้องรอผล 24 ชั่วโมง จึงต้องแช่แข็งก่อนเสมอ)

ควรเลือก FET เมื่อ:

  • มีความเสี่ยง OHSS (รังไข่ตอบสนองยามาก ได้ไข่จำนวนมาก)
  • ผนังมดลูกยังไม่หนาพอหรือมีการบวม
  • ต้องการทำ PGT-A ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อน
  • แพทย์พบสัญญาณว่าร่างกายยังไม่พร้อม
  • คนไข้อายุมากกว่า 35 ปี (ร่างกายฟื้นตัวช้ากว่า)
  • ต้องการยืดหยุ่นเรื่องเวลา

ตัวอ่อนแช่แข็งแล้วคุณภาพเปลี่ยนไปไหม?

นี่เป็นคำถามที่คนกังวลมากที่สุด คำตอบคือ ตัวอ่อนที่แช่แข็งด้วยเทคนิค Vitrification ที่ GFC มีคุณภาพเทียบเท่ารอบสดครับ

Vitrification คือการแช่แข็งแบบฉับพลันที่อุณหภูมิ -196°C ซึ่งป้องกันการเกิด ice crystal ภายในเซลล์ ต่างจากวิธีแช่แข็งแบบเดิมที่ช้ากว่าและอาจทำให้เซลล์เสียหาย

ข้อมูลจากงานวิจัยและประสบการณ์ที่ GFC Clinic พบว่า:

  • อัตราการรอดชีวิตของตัวอ่อนหลังละลาย: 90-95%
  • ตัวอ่อนสามารถเก็บได้นาน 5-10 ปี โดยไม่เสื่อมคุณภาพ
  • ไม่พบความแตกต่างด้านสุขภาพของเด็กที่เกิดจาก Fresh vs FET

ขั้นตอน FET ที่ GFC มีอะไรบ้าง?

กระบวนการ FET ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ หลังจากตัดสินใจย้าย:

สัปดาห์ที่ 1-2: เตรียมผนังมดลูก แพทย์ให้ยา Estrogen เพื่อกระตุ้นให้ผนังมดลูกหนาและพร้อมรับตัวอ่อน ติดตามอัลตราซาวด์เพื่อดูความหนาของผนังมดลูก (เป้าหมาย ≥8 mm)

สัปดาห์ที่ 3: เพิ่มยา Progesterone เมื่อผนังมดลูกหนาพอ แพทย์จะเพิ่มยา Progesterone เพื่อเตรียมผนังมดลูกให้รับตัวอ่อนได้

วันย้ายตัวอ่อน: ละลายและย้าย นักวิทยาศาสตร์ละลายตัวอ่อนและตรวจสอบคุณภาพก่อน จากนั้นแพทย์ย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูกด้วยสายสวนบางๆ ใช้เวลา 5-10 นาที ไม่เจ็บ ไม่ต้องดมยา

10-14 วันหลังย้าย: ตรวจการตั้งครรภ์ ตรวจค่า Beta hCG เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์


FET ร่วมกับ PGT-A — เพิ่มโอกาสสำเร็จสูงสุด

ถ้าต้องการเพิ่มโอกาสสำเร็จสูงสุด การทำ PGT-A By NGS ร่วมกับ FET คือคำตอบครับ

PGT-A + FET ที่ GFC:

  • ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนทั้ง 24 โครโมโซม ความแม่นยำ 99%
  • ทราบผลใน 24 ชั่วโมง ราคา 37,900 บาทต่อครั้ง
  • คัดเลือกเฉพาะตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติมาย้าย
  • อัตราสำเร็จเพิ่มจาก 55-65% เป็น 70-75%
  • ลดความเสี่ยงแท้งได้อย่างมีนัยสำคัญ

แนะนำสำหรับ: ฝ่ายหญิงอายุ 35+ มีแท้งซ้ำ 2 ครั้งขึ้นไป หรือย้ายตัวอ่อนไม่ติดซ้ำ


อัตราความสำเร็จ FET ที่ GFC Clinic

วิธี อัตราสำเร็จ
Fresh Transfer 45-55%
FET (ไม่มี PGT-A) 55-65%
FET + PGT-A 70-75%

ข้อมูลข้างต้นเป็นค่าเฉลี่ยครับ อัตราสำเร็จจริงขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพตัวอ่อน และปัจจัยส่วนตัวของแต่ละคน


สิ่งที่ควรทำหลังย้ายตัวอ่อน เพื่อเพิ่มโอกาสติด

ทำได้:

  • พักผ่อนเบาๆ กลับบ้านได้เลยหลังย้าย
  • ทำกิจวัตรประจำวันปกติในวันถัดไป
  • กินอาหารมีประโยชน์ โดยเฉพาะโปรตีน ผัก ผลไม้
  • ดื่มน้ำให้พอเพียง 2 ลิตร/วัน
  • กินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ควรหลีกเลี่ยง:

  • ออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก 2 สัปดาห์แรก
  • อ่างน้ำร้อน ซาวน่า อุณหภูมิสูง
  • ความเครียดสะสม
  • แอลกอฮอล์และบุหรี่
  • นอนราบนานเกินไป (ไม่ได้ช่วยให้ตัวอ่อนติดดีขึ้น)

FAQ — ย้ายตัวอ่อนรอบสด VS แช่แข็ง

Q: FET โอกาสติดดีกว่า Fresh จริงไหม? A: ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช่ครับ FET มีอัตราสำเร็จ 55-65% สูงกว่า Fresh ที่ 45-55% เพราะผนังมดลูกได้กลับสู่ภาวะปกติและร่างกายพักฟื้นจากกระบวนการกระตุ้นรังไข่แล้ว แต่แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าควรเลือกแบบไหนในแต่ละกรณี

Q: แช่แข็งตัวอ่อนแล้วคุณภาพลดลงไหม? A: ไม่ครับ GFC ใช้เทคนิค Vitrification แช่แข็งฉับพลัน -196°C อัตราการรอดชีวิตของตัวอ่อนหลังละลายสูงถึง 90-95% และสามารถเก็บไว้ได้ 5-10 ปีโดยไม่เสื่อมคุณภาพ

Q: FET ต้องรอนานแค่ไหนหลัง ICSI? A: โดยทั่วไปรอ 1-3 รอบเดือน (ประมาณ 1-3 เดือน) ให้ร่างกายพักฟื้นเต็มที่ก่อน แต่ถ้ารีบมากแพทย์อาจย้ายในรอบเดือนถัดไปเลย

Q: ถ้าไม่ทำ PGT-A ควรย้ายกี่ตัว? A: GFC แนะนำย้าย 1 ตัวต่อรอบ (Single Embryo Transfer) เพื่อลดความเสี่ยงแฝด ถ้าตัวอ่อนไม่ติดค่อยย้ายรอบต่อไป ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาย้าย 2 ตัวขึ้นอยู่กับอายุและจำนวนตัวอ่อน

Q: ย้ายตัวอ่อนแล้วต้องนอนพักกี่วัน? A: ไม่จำเป็นต้องนอนพักบนเตียงตลอดเวลาครับ กลับบ้านและทำกิจวัตรเบาๆ ได้เลย งานวิจัยไม่พบว่าการนอนพักสนิทช่วยเพิ่มโอกาสติด แต่ควรหลีกเลี่ยงออกกำลังกายหนักและความเครียดใน 2 สัปดาห์แรก

Q: Fresh vs FET เด็กที่เกิดมาสุขภาพต่างกันไหม? A: ไม่ครับ งานวิจัยไม่พบความแตกต่างด้านสุขภาพและพัฒนาการของเด็กที่เกิดจาก Fresh Transfer และ FET ทั้งสองวิธีให้เด็กที่สุขภาพดีเหมือนกัน

Q: ตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้ถ้าไม่ใช้แล้วทำอะไรได้บ้าง? A: มีตัวเลือก 3 อย่างครับ คือ 1) เก็บต่อไปสำหรับย้ายในอนาคต 2) บริจาคให้คู่ที่ต้องการ (ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย) 3) ทำลายทิ้ง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคู่สมรส

Q: FET ราคาเท่าไหร่? A: ค่าใช้จ่าย FET ที่ GFC รวมอยู่ในแพ็กเกจ ICSI แล้วครับ ไม่ได้คิดแยก แต่ถ้าต้องการย้ายในรอบต่อไปหลังจากรอบแรกไม่สำเร็จ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แนะนำสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรงครับ


สรุป — ควรเลือกรอบสดหรือ FET?

คำตอบในทางการแพทย์: FET ดีกว่าในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เพราะผนังมดลูกกลับสู่ภาวะปกติ ร่างกายพักฟื้นแล้ว และลดความเสี่ยง OHSS แต่แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจตามสภาวะร่างกายของแต่ละคน

ถ้าต้องการโอกาสสำเร็จสูงสุด: FET + PGT-A คือคำตอบครับ อัตราสำเร็จ 70-75% ที่ GFC Clinic


บทความที่เกี่ยวข้อง


ติดต่อ GFC Clinic