Skip to content Skip to footer

ปรึกษามีบุตรยาก ตรวจหาสาเหตุที่ไหนดี? คลินิกมีบุตรยาก กรุงเทพ

ปรึกษามีบุตรยาก ตรวจหาสาเหตุที่ไหนดี? แนะนำศูนย์รักษามีบุตรยากครบวงจร (อัปเดต 2026)

การสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบคือความฝันของหลายๆ คู่ แต่บางครั้งธรรมชาติก็ไม่ได้เป็นใจเสมอไป หากคุณพยายามมีลูกมาพักใหญ่แล้วแต่ยังไม่สำเร็จ อย่าเพิ่งหมดหวังครับ ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการเข้ามา ปรึกษามีบุตรยาก (Fertility Consultation) เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางช่วยตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะภาวะมีลูกยากในปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยครับ

ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) คืออะไร? เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

ภาวะมีบุตรยาก คือ ภาวะที่คู่สมรสมีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ (สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง) โดยไม่ได้คุมกำเนิดเป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป แล้วยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น

แต่ข้อควรระวังคือ! หากฝ่ายหญิงมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ไม่ควรรอถึง 1 ปีครับ หากพยายามธรรมชาติมาแล้ว 6 เดือน แล้วยังไม่ท้อง ควรรีบเข้ามาปรึกษาคลินิกมีบุตรยากทันที เนื่องจากคุณภาพและปริมาณไข่จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่ออายุมากขึ้น

สาเหตุของการมีบุตรยาก เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ปัญหาการมีบุตรยากไม่ได้เกิดจากฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียว จากสถิติพบว่าสาเหตุเกิดจากฝ่ายหญิง 40% ฝ่ายชาย 40% และเกิดจากทั้งสองฝ่ายหรือหาสาเหตุไม่พบอีก 20%

  • สาเหตุจากฝ่ายหญิง: ปัญหาไข่ไม่ตกเรื้อรัง (PCOS), ท่อนำไข่ตีบตัน, ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ช็อกโกแลตซีสต์), เนื้องอกในมดลูก หรือไข่เสื่อมสภาพตามอายุ
  • สาเหตุจากฝ่ายชาย: น้ำเชื้ออสุจิมีปริมาณน้อย อสุจิเคลื่อนที่ช้า อสุจิรูปร่างผิดปกติ หรือปัญหาท่อน้ำเชื้ออุดตัน
  • ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ (Unexplained Infertility): ตรวจไม่พบความผิดปกติทั้งคู่ แต่ก็ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ธรรมชาติได้

ขั้นตอนการตรวจหาสาเหตุมีบุตรยาก ที่ GFC

การเข้ามาตรวจหาสาเหตุที่คลินิก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ โดยแพทย์จะทำการตรวจทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงควบคู่กันไป ดังนี้:

  1. ซักประวัติอย่างละเอียด: พูดคุยถึงประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว รอบเดือน และความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์
  2. การตรวจฝ่ายหญิง:
    • เจาะเลือดดูฮอร์โมน AMH: เพื่อเช็กปริมาณไข่สำรองในรังไข่
    • อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด: เพื่อดูความสมบูรณ์ของมดลูก รังไข่ และหาความผิดปกติเช่น เนื้องอก หรือซีสต์
    • การฉีดสีดูท่อนำไข่ (HSG): เพื่อตรวจดูว่าท่อนำไข่มีการตีบตันหรือไม่
  3. การตรวจฝ่ายชาย:
    • การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (Semen Analysis): เป็นการเก็บน้ำเชื้อส่งเข้าห้องแล็บ เพื่อประเมินจำนวน การเคลื่อนที่ และรูปร่างของอสุจิ

ทำไมต้องเลือกปรึกษามีบุตรยากที่ GFC (Genesis Fertility Center)

หากคุณกำลังมองหาว่า หมอรักษาผู้มีบุตรยาก เก่งๆ อยู่ที่ไหน? หรือ คลินิกมีบุตรยาก กรุงเทพ ที่ไหนดี? GFC คือคำตอบครับ

  • ทีมแพทย์ระดับประเทศ: นำทีมโดย รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ และทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ที่มีประสบการณ์ดูแลเคสยากมาแล้วนับไม่ถ้วน
  • ห้องแล็บและเทคโนโลยีระดับสากล: เรามีเทคโนโลยีตู้เลี้ยงตัวอ่อน AI (Geri Time-Lapse) และห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานสูงสุด ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จให้มากกว่าคลินิกทั่วไป
  • ดูแลดุจครอบครัว โปร่งใสทุกขั้นตอน: เราเน้นการให้คำปรึกษาที่ตรงไปตรงมา ประเมินค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนเริ่มรักษา ไม่มีบวกเพิ่ม (No Hidden Cost)

ตรวจมีบุตรยาก ฝ่ายหญิงควรไปวันไหนของประจำเดือน?

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด แนะนำให้ฝ่ายหญิงเข้ามาพบแพทย์ในช่วงวันที่ 2 หรือ 3 ของการมีประจำเดือน (นับวันแรกที่มีเลือดประจำเดือนออกมาเต็มแผ่นเป็นวันที่ 1) เนื่องจากเป็นช่วงที่ฮอร์โมนพื้นฐานของร่างกายอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการเจาะเลือดตรวจ และเหมาะกับการอัลตราซาวนด์ดูฟองไข่ตั้งต้นครับ

ตรวจมีบุตรยาก ฝ่ายชายต้องเตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (Semen Analysis) ฝ่ายชายจะต้องงดการหลั่งอสุจิ (ทั้งการมีเพศสัมพันธ์และการสำเร็จความใคร่) เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน แต่ไม่ควรเกิน 7 วันก่อนมาตรวจ เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพน้ำเชื้อที่สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด นอกจากนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอและงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ

รักษามีบุตรยาก สามารถเบิกประกันสังคม หรือประกันสุขภาพได้ไหม?

โดยทั่วไปแล้ว การรักษาภาวะมีบุตรยากโดยตรง (เช่น การทำ IUI, IVF, ICSI) มักจะไม่ครอบคลุมในสิทธิประกันสังคมและประกันสุขภาพส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากแพทย์ตรวจพบโรคที่เป็นต้นเหตุของการมีบุตรยาก เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ หรือเนื้องอกในมดลูก และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดรักษาโรคเหล่านั้น ค่าใช้จ่ายในส่วนของการผ่าตัดรักษาโรคอาจสามารถเบิกเคลมได้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ครับ แนะนำให้ตรวจสอบกับตัวแทนประกันอีกครั้ง

จำเป็นต้องรักษากับคลินิกเดิมที่เคยทำไม่สำเร็จหรือไม่?

ไม่จำเป็นครับ หากคุณเคยรักษาภาวะมีบุตรยากจากที่อื่นแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ สามารถนำประวัติการรักษาเดิม ผลการตรวจเลือด หรือผลการตรวจอสุจิ เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์เฉพาะทางที่ GFC (Second Opinion) เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงลึกและปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาให้เหมาะสมและมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นได้ครับ