คู่รักที่พยายามมีบุตรมักได้ยินคำแนะนำว่า “อย่าเครียด” แต่คำถามคือความเครียดเกี่ยวข้องกับโอกาสตั้งครรภ์จริงหรือเป็นแค่ความเชื่อ บทความนี้อธิบายกลไกที่ความเครียดอาจเกี่ยวข้องกับระบบเจริญพันธุ์ และสิ่งที่ทำได้จริงเพื่อดูแลตัวเองระหว่างวางแผนมีบุตร
ความเครียดเกี่ยวข้องกับระบบเจริญพันธุ์อย่างไร
ความเครียดเรื้อรังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) และอะดรีนาลีนสูงขึ้น ซึ่งอาจไปรบกวนการทำงานของสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ที่ควบคุมฮอร์โมนเจริญพันธุ์ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ในผู้หญิงอาจส่งผลให้รอบเดือนไม่สม่ำเสมอหรือไข่ไม่ตก ส่วนในผู้ชายความเครียดเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับคุณภาพอสุจิที่ลดลงในงานวิจัยหลายชิ้น
ความเครียดเป็น “สาเหตุหลัก” ของการมีบุตรยากหรือไม่
ความเครียดเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่สาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยาก แต่เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่อาจส่งผลร่วมกับสาเหตุทางการแพทย์อื่น เช่น PCOS ท่อนำไข่อุดตัน หรือปัญหาคุณภาพอสุจิ การมุ่งลดความเครียดอย่างเดียวโดยไม่ตรวจหาสาเหตุทางการแพทย์อื่นๆ จึงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง หากพยายามมีบุตรมานานโดยไม่สำเร็จ ควรตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงควบคู่ไปด้วย อ่านเพิ่มเติมที่ สาเหตุภาวะมีบุตรยากเกิดจากอะไร
วงจร “เครียดเพราะอยากมีลูก แต่ยิ่งเครียดยิ่งยาก” คืออะไร
คู่รักที่พยายามมีบุตรมานานมักตกอยู่ในวงจรที่ความกดดันจากการพยายามมีบุตรทำให้เครียดมากขึ้น ยิ่งกดดันเรื่องจังหวะการมีเพศสัมพันธ์ตามรอบไข่ตกก็ยิ่งเพิ่มความเครียด ซึ่งอาจกระทบความสัมพันธ์ของคู่รักไปพร้อมกัน การตระหนักถึงวงจรนี้เป็นก้าวแรกของการจัดการ
วิธีจัดการความเครียดระหว่างวางแผนมีบุตร
- นอนหลับให้เพียงพอ การพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อฮอร์โมนหลายชนิดในร่างกาย
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอแบบพอดี ช่วยลดฮอร์โมนความเครียด แต่ควรเลี่ยงการออกกำลังกายหนักเกินไป
- พูดคุยกับคู่สมรสอย่างเปิดใจ แบ่งเบาความกดดันร่วมกัน
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น ดูบริการให้คำปรึกษาของ GFC
- หาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ความไม่แน่นอนและข้อมูลที่สับสนมักเป็นตัวเพิ่มความเครียด
เมื่อไหร่ควรหยุดพยายามเองแล้วปรึกษาแพทย์
หากพยายามมีบุตรตามธรรมชาติมาแล้วถึงระยะเวลาที่แนะนำ (12 เดือนสำหรับอายุต่ำกว่า 35 ปี หรือ 6 เดือนสำหรับอายุ 35 ปีขึ้นไป) โดยยังไม่ตั้งครรภ์ การรอต่อไปมักเพิ่มความเครียดโดยไม่จำเป็น การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุจะช่วยให้มีแผนที่ชัดเจนขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ความเครียดทำให้มีลูกยากขึ้นจริงไหม?
ความเครียดเรื้อรังอาจรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเจริญพันธุ์ได้ แต่มักไม่ใช่สาเหตุหลักเพียงอย่างเดียว หากพยายามมีบุตรมานานควรตรวจหาสาเหตุทางการแพทย์ควบคู่ไปด้วย
ทำ ICSI หรือ IUI ระหว่างที่เครียดมากๆ ได้ผลน้อยลงไหม?
ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าความเครียดทำให้อัตราความสำเร็จของ ICSI หรือ IUI ลดลงโดยตรง แต่การดูแลสุขภาพจิตใจให้ดีระหว่างการรักษาช่วยให้รับมือกับกระบวนการรักษาได้ดีขึ้น
ควรทำยังไงถ้ารู้สึกกดดันเรื่องมีลูกจากครอบครัว?
แนะนำพูดคุยกับคู่สมรสอย่างเปิดใจก่อน และพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาเรื่องมีบุตรยากเพื่อช่วยหาวิธีรับมือกับความกดดันจากภายนอก
ออกกำลังกายหนักๆ ช่วยลดเครียดแล้วมีลูกง่ายขึ้นไหม?
การออกกำลังกายพอดีช่วยลดความเครียดได้ แต่การออกกำลังกายหนักเกินไปอาจส่งผลย้อนกลับทำให้รอบเดือนผิดปกติได้ในบางคน
พยายามมีลูกมา 8 เดือนแล้วยังไม่ท้อง ต้องกังวลไหม?
หากอายุต่ำกว่า 35 ปี ยังอยู่ในช่วงที่แนะนำให้รอถึง 12 เดือนก่อนปรึกษาแพทย์ แต่หากมีความกังวลมากจนกระทบสุขภาพจิตใจ สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนกำหนดได้เช่นกัน
หากความเครียดจากการพยายามมีบุตรเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน ปรึกษาทีมแพทย์และผู้ให้คำปรึกษาของ GFC ได้ที่ Line @gfcclinic หรือโทร 097-484-5335
