Skip to content Skip to footer

มีบุตรยาก สัญญาณที่ต้องรู้ สาเหตุ และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

มีบุตรยากคืออะไร นิยามที่ถูกต้องคือ?

ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) หมายถึง การที่คู่สมรสมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยไม่มีการคุมกำเนิด เป็นเวลา 12 เดือนขึ้นไป แต่ยังไม่ตั้งครรภ์

สำหรับผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี ลดเหลือ 6 เดือน เพราะคุณภาพไข่ลดลงตามอายุ การรอนานอาจทำให้เสียโอกาส

สถิติทั่วโลกพบว่า ทุก 7 คู่จะมี 1 คู่ ที่เผชิญภาวะมีบุตรยาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องอายหรือซ่อนเร้น เพราะปัจจุบันมีการรักษาที่ได้ผลดีมาก


สาเหตุมีบุตรยากฝ่ายหญิง มีอะไรบ้าง?

ฝ่ายหญิงเป็นสาเหตุประมาณ 35-40% ของภาวะมีบุตรยากทั้งหมด สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่:

1. ท่อนำไข่ตีบตันหรือเสียหาย

ท่อนำไข่ทำหน้าที่นำไข่จากรังไข่ไปยังมดลูก ถ้าตีบตันจากการติดเชื้อ การผ่าตัดในอดีต หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จะทำให้ไข่และอสุจิพบกันไม่ได้

2. ภาวะไข่ไม่ตก (Anovulation)

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด รวมถึง PCOS (ถุงน้ำรังไข่หลายใบ) ไทรอยด์ผิดปกติ น้ำหนักเกินหรือน้อยเกินไป และความเครียดสะสม

3. รังไข่สำรองต่ำ (Diminished Ovarian Reserve)

ค่า AMH ต่ำหรือจำนวน Antral Follicle น้อย มักพบในผู้หญิงอายุมากขึ้นหรือบางรายอายุน้อยที่รังไข่เสื่อมเร็ว

4. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

เนื้อเยื่อมดลูกเจริญนอกโพรงมดลูก ทำให้เกิดการอักเสบและพังผืด ส่งผลต่อท่อนำไข่ รังไข่ และสภาพแวดล้อมในโพรงมดลูก

5. ความผิดปกติของมดลูก

โพลิปในมดลูก เนื้องอกมดลูก (Fibroid) หรือผนังกั้นในมดลูก ทำให้ตัวอ่อนฝังตัวลำบาก

6. อายุ

ไข่มีคุณภาพสูงสุดในช่วง 20-34 ปี หลัง 35 ปีคุณภาพและจำนวนลดลงชัดเจน และหลัง 40 ปีโอกาสสำเร็จลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


สาเหตุมีบุตรยากฝ่ายชาย มีอะไรบ้าง?

ฝ่ายชายเป็นสาเหตุประมาณ 35-40% เช่นกัน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามไป สาเหตุที่พบได้แก่:

1. จำนวนอสุจิน้อย (Oligospermia)

ค่าปกติคือมากกว่า 15 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร ถ้าน้อยกว่านี้โอกาสที่อสุจิจะถึงไข่ลดลงมาก

2. อสุจิเคลื่อนที่ไม่ดี (Asthenospermia)

ค่าปกติคืออสุจิที่เคลื่อนที่ได้มากกว่า 40% อสุจิที่ว่ายช้าหรือว่ายผิดทิศทางมีโอกาสถึงไข่น้อย

3. รูปร่างอสุจิผิดปกติ (Teratospermia)

ค่าปกติคืออสุจิรูปร่างปกติมากกว่า 4% อสุจิที่รูปร่างผิดปกติไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกไข่ได้

4. ไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อ (Azoospermia)

อาจเกิดจากการอุดตันของท่อนำอสุจิหรือรังไข่ไม่ผลิตอสุจิ สามารถแก้ไขได้ด้วยการเก็บอสุจิจากอัณฑะโดยตรง (TESE)

5. DNA อสุจิเสียหายสูง (High DNA Fragmentation)

แม้จำนวนและการเคลื่อนที่ดี แต่ถ้า DNA เสียหายมาก ตัวอ่อนที่ได้จะมีคุณภาพต่ำ

6. ปัจจัยไลฟ์สไตล์

สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก สเตียรอยด์ ความร้อนบริเวณอัณฑะ (นั่งนาน กางเกงรัด) ส่งผลลบต่อคุณภาพอสุจิทั้งหมด


สาเหตุร่วม — ทั้งฝ่ายหญิงและชาย (20-30%)

บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เกิดจากปัจจัยร่วม เช่น:

  • ภูมิคุ้มกันต่อต้านอสุจิของฝ่ายหญิง
  • มีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ (Unexplained Infertility) ซึ่งพบได้ถึง 10-15%

สัญญาณที่ควรพบแพทย์โดยเร็ว

นอกจากเกณฑ์เวลา 12 เดือน (หรือ 6 เดือนสำหรับอายุมากกว่า 35 ปี) ยังมีสัญญาณที่ควรพบแพทย์เร็วกว่านั้น:

ฝ่ายหญิง:

  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือขาดหาย
  • ปวดประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ
  • มีถุงน้ำที่รังไข่ (ตรวจพบจากอัลตราซาวด์)
  • เคยผ่าตัดในอุ้งเชิงกรานหรือมดลูก
  • เคยติดเชื้อ STI (ติดต่อทางเพศสัมพันธ์)
  • ไทรอยด์ผิดปกติหรือเป็นเบาหวาน

ฝ่ายชาย:

  • เคยตรวจพบปัญหาน้ำเชื้อ
  • เคยผ่าตัดบริเวณอัณฑะหรือขาหนีบ
  • เส้นเลือดขอดที่อัณฑะ (Varicocele)
  • ปัญหาการแข็งตัวหรือการหลั่ง

การตรวจเบื้องต้นเมื่อมาพบแพทย์ที่ GFC

เมื่อมาพบแพทย์ที่ GFC Clinic ครั้งแรก จะตรวจดังนี้:

ฝ่ายหญิง:

  • อัลตราซาวด์รังไข่และมดลูก ดูจำนวน Antral Follicle
  • ตรวจเลือดฮอร์โมน AMH, FSH, LH, E2, Prolactin, Thyroid
  • ประเมินท่อนำไข่ (Hysterosalpingography ถ้าจำเป็น)

ฝ่ายชาย:

  • วิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) ครบถ้วน
  • ตรวจ DNA Fragmentation ถ้ามีข้อบ่งชี้

แพทย์จะวิเคราะห์ผลทั้งหมดและนำเสนอแผนการรักษาพร้อมค่าใช้จ่ายโปร่งใสในวันเดียวกัน


แนวทางการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ GFC

GFC มีแนวทางการรักษาครบวงจร โดยแพทย์จะแนะนำตามความเหมาะสม:

  1. Counselling ตรวจหาสาเหตุ — เริ่มต้นตรวจหาสาเหตุก่อนเสมอ
  2. IUI (ฉีดเชื้อผสมเทียม) — ราคา 15,000 บาท เหมาะกับมีบุตรยากระดับน้อย
  3. ICSI (เด็กหลอดแก้ว) — ราคา 150,000-350,000 บาท เหมาะกับมีบุตรยากระดับกลาง-รุนแรง
  4. PGT-A ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน — เพิ่มอัตราสำเร็จเป็น 70-75% และลดความเสี่ยงแท้ง
  5. FET ย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง — ยืดหยุ่น เลือกเวลาที่ร่างกายพร้อมที่สุด
  6. ฝากไข่ (Egg Freezing) — สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมแต่อยากเก็บไข่ไว้ก่อน

FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก

Q: พยายามมีลูก 6 เดือนไม่ได้ ถือว่ามีบุตรยากไหม? A: ถ้าฝ่ายหญิงอายุน้อยกว่า 35 ปี ปกติรอ 12 เดือนก่อน แต่ถ้าอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือรู้ว่ามีปัจจัยเสี่ยง เช่น ประจำเดือนผิดปกติ หรือเคยตรวจพบปัญหา ควรพบแพทย์เลยไม่ต้องรอครับ

Q: มีบุตรยากแก้ได้ไหม? A: ส่วนใหญ่แก้ได้ครับ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและอายุ ปัจจุบันเทคโนโลยีการรักษามีบุตรยากพัฒนามากจนหลายคู่ที่เคยหมดหวังก็สามารถมีลูกได้

Q: มีบุตรยากเป็นความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไหม? A: ไม่ใช่ความผิดของใครครับ ภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดได้กับทุกคน และมักมีสาเหตุทางการแพทย์ที่ชัดเจน สำคัญคือมาตรวจร่วมกันทั้งคู่

Q: ผู้ชายตรวจน้ำเชื้อปกติ แต่ยังไม่มีลูก เป็นไปได้ไหม? A: เป็นไปได้ครับ บางครั้งสาเหตุอยู่ที่ฝ่ายหญิง หรืออาจเป็น DNA Fragmentation ของอสุจิซึ่งไม่แสดงในการตรวจปกติ แนะนำให้ฝ่ายหญิงมาตรวจด้วย

Q: อายุ 38 ปี ยังมีโอกาสมีลูกด้วย ICSI ไหม? A: มีโอกาสครับ แม้คุณภาพไข่จะลดลงตามอายุ แต่ยังสามารถทำ ICSI ได้ และการใช้ PGT-A ช่วยคัดตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติจะเพิ่มโอกาสสำเร็จได้อีกมาก แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล

Q: เคยมีลูกแล้ว ทำไมตอนนี้มีบุตรยาก? A: เรียกว่า Secondary Infertility หรือภาวะมีบุตรยากทุติยภูมิ พบได้บ่อยมาก อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เนื้องอกมดลูก หรือคุณภาพอสุจิที่เปลี่ยนไปตามอายุ

Q: ความเครียดทำให้มีบุตรยากจริงไหม? A: ความเครียดรุนแรงมีผลต่อฮอร์โมนและคุณภาพไข่และอสุจิจริง แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักในส่วนใหญ่ สิ่งสำคัญคือตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน ไม่ควรโทษแค่ความเครียดอย่างเดียว

Q: ถ้าท่อนำไข่ตันทำอะไรได้บ้าง? A: ถ้าตันทั้งสองข้าง ICSI เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ เพราะกระบวนการ ICSI ไม่ผ่านท่อนำไข่ ทำให้ท่อนำไข่ตันไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป


ติดต่อ GFC Clinic เพื่อนัดตรวจภาวะมีบุตรยาก