Skip to content Skip to footer

เปรียบเทียบ IUI vs IVF ต่างกันอย่างไร? เลือกวิธีไหนให้ติดลูกง่ายที่สุด

Pregnant woman with ultrasound photo sitting on bed

พญ.ปรวัน ตั้งธรรม ใบอนุญาตเลขที่ 36023
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ประจำที่ GFC Clinic

หมดปัญหาคาใจ เมื่อคู่รักต้องตัดสินใจรักษาภาวะมีบุตรยาก

ในสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราการแต่งงานของประชากรในประเทศไทยค่อนข้างช้าลง และความพร้อมในการมีลูกของคนในยุคปัจจุบันก็ช้าลงไปด้วยอีกทั้งด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในชีวิตประจำวัน ภาวะกดดันต่างๆ ในที่ทำงาน ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การตั้งครรภ์ตามธรรมชาติเป็นไปได้ยาก

ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นในปัจุบัน ทำให้มีวิธีที่สามารถช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบภาวะมีบุตรยากสามารถตั้งครรภ์ได้ ทั้งการทำเด็กหลอดแก้ว หรือที่ทุกคนเคยรู้จักว่าการทำกิ๊ฟ ซึ่งการเลือกวิธีการรักษาภาวะภาวะมีบุตรยากนั้น ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของคู่รักที่คิดจะมีเจ้าตัวน้อย หลายคนต้้งข้อสงสัยว่า ระหว่างการทำ ‘เด็กหลอดแก้ว’ หรือ ‘ทำกิ๊ฟ’ การรักษาทั้งสองรูปแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร และรูปแบบไหนดีกว่า
ในทางการแพทย์แล้ว การรักษาทั้งสองรูปแบบ ระหว่างการทำ ‘เด็กหลอดแก้ว’ หรือ การ ‘ทำกิ๊ฟ’ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งสองรูปแบบมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่คู่รักต้องศึกษา และพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อผลลัพธ์ปลายทางคือ ความสำเร็จของการตั้งครรภ์

เด็กหลอดแก้ว IVF คืออะไร

การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ In-Vitro Fertilization (IVF) วิธีการนี้จะคัดเลือกเซลล์สืบพันธ์ของฝ่ายหญิงที่เรียกว่าไข่มาผสมกับเซลล์สืบพันธ์ของฝ่ายชายคืออสุจิในอุปกรณ์ทดลองทางการแพทย์ เป็นการเพาะเลี้ยงในหลอดทดลอง จนกระทั่งเกิดการปฏิสนธิ แล้วเลี้ยงต่อในห้องปฏิบัติการจนเป็นตัวอ่อนในระยะ 4-8 เซลล์ หรือเลี้ยงจนถึงระยะตัวอ่อนวันที่ 5 ซึ่งเรียกว่า ระยะบลาสโตซีสท์ (Blastocyst) จากนั้นจะนำเอาตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปฝังในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตและฝังตัวต่อไป สำหรับการเตรียมตัวอ่อนหากมีตัวอ่อนที่เหลือ แพทย์จะนำตัวอ่อนที่แข็งแรงทำการแช่แข็งและเก็บไว้ใช้ในรอบการรักษาต่อไปได้

จุดเด่นของการทำเด็กหลอดแก้วมีอะไรบ้าง

ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว มีความรวดเร็วมากกว่าเมื่อเทียบกับวิธีการฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคผิดปกติทางพันธุกรรมของเด็กในครรภ์ เช่น โรคที่จะถ่ายทอดไปยังลูกได้ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ดาวน์ซินโดรม เป็นต้น นอกจากนี้คู่รักจะทราบเพศของตัวอ่อนก่อนที่จะย้ายกลับเข้าโพรงมดลูก จึงมีประโยชน์สำหรับคู่รักที่ฝ่ายชายมีความเสี่ยงของโรคบางชนิดและมีบุตรเป็นเพศชาย เช่น ตาบอดสี โรคเลือดฮีโมฟีเลีย นอกจากนี้ยังสามารถวางแผนการตั้งครรภ์ได้ตามความเหมาะสม เพราะการทำเด็กหลอดแก้ว ตัวอ่อนสามารถเก็บรักษาแช่แข็งไว้ใช้ได้นานเป็น 10 ปี และสามารถนำตัวอ่อนมาใช้ได้ เมื่อต้องการจะตั้งครรภ์ และที่สำคัญไม่ต้องผ่าหน้าท้องหรือผ่าตั

ข้อจำกัดการทำเด็กหลอดแก้ว

· อาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาในระหว่างกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วและการถ่ายฝากตัวอ่อน เช่น ปวดหัว ร้อนวูบวาบ กระสับกระส่าย รู้สึกไม่ดี หงุดหงิด อาจมีการเกิดอาการรังไข่ตอบสนองต่อการกระตุ้นมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้รังไข่บวมและสร้างความเจ็บปวดได้
· การคลอดก่อนกำหนดและน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย การแท้งลูก อัตราการแท้งลูกของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เด็กหลอดแก้วอยู่ที่ 15-25% โดยอัตราจะแปรผันเพิ่มมากขึ้นตามอายุของผู้ที่ตั้งครรภ์
· ภาวะแทรกซ้อนจากกระบวนการเก็บไข่ ในขั้นตอนการเก็บไข่ ทั้งการใช้ยาสลบ ยาชา หรือที่แพทย์ต้องใช้เข็มดูดเอาไข่ออกมาอาจทำให้เกิดแผล มีเลือดไหล เกิดการติดเชื้อ และมีโอกาสตั้งครรภ์นอกมดลูก ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วอาจไปฝังตัวที่บริเวณท่อนำไข่แทนที่จะฝังตัวและเจริญเติบโตภายในมดลูก ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้
· พิการแต่กำเนิด เป็นผลที่เกิดจากความเสี่ยงที่ผู้เป็นแม่ตั้งครรภ์เมื่อมีอายุมาก แต่ยังไม่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าการทำเด็กหลอดแก้วจะเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กจะพิการแต่กำเนิดมากขึ้น

การทำเด็กหลอดแก้ว(IVF) จึงเป็นวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับความนิยมในการทำเด็กหลอดแก้วมากกว่าเมื่อเทียบกับการทำกิ๊ฟ ที่แทบจะไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน

ทํากิ๊ฟ (GIFT) คืออะไร

การทำกิ๊ฟ หรือ Gamete Intra fallopain Transfer (GIFT) เป็นวิธีการรักษาสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก โดยขั้นตอนนั้นเป็นการนำไข่และเชื้ออสุจิที่ยังไม่ผสมกัน แพทย์จะทำการผ่าตัด โดยการวางยาสลบคนไข้และผ่าตัดหน้าท้อง 3 รู นำเอาไข่และตัวอสุจิกลับไปใส่ไว้ที่ท่อนำไข่ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิกันตามธรรมชาติ เมื่อปฏิสนธิกันเรียบร้อยแล้ว มีการเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนและเกิดการฝังตัวในโพรงมดลูก จนเกิดเป็นการตั้งครรภ์ในที่สุด

การทำเด็กหลอดแก้วและทำกิ๊ฟต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันนวัตกรรม และเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธ์ุจะเหลือเพียงเด็กหลอดแก้ว ซึ่งขั้นตอนการรักษาจะมีความเหมือนกันในระยะแรก ๆ ของการเก็บไข่และอสุจิ โดยแพทย์จะมีการใช้ฉีดยากระตุ้นเป็นประจำ 10 – 12 วันซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบสนอง เพื่อให้เกิดการตกไข่ของฝ่ายหญิง เมื่อไข่ที่ตกมาสุกเต็มที่แล้ว แพทย์จะทำการเจาะเก็บไข่จากฝ่ายหญิง พร้อมทั้งเก็บอสุจิจากฝ่ายชายในวันเดียวกัน

การทำเด็กหลอดแก้วเป็นกระบวนการของการรักษา โดยการนำไข่กับอสุจิผสมกันและทำให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ก่อนที่จะย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกนั่นเอง
เมื่อเปรียบเทียบอัตราความสำเร็จพบว่า การทำเด็กหลอดแก้ว มีอัตราตั้งครรภ์สะสมสูง 40-50% ต่อรอบการรักษา ส่วนอัตราความสำเร็จของการทำกิ๊ฟ ขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพ โดยเฉลี่ยผู้หญิงอายุ 25-39 ปี ประมาณ 25-30% ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ แต่เมื่อผู้หญิงมีอายุ 44-45 ปี พบว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ถึง 31.0%
ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกๆคู่รักปรารถนา หากคุณกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจที่จะเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยาก Genesis Fertility Center หรือ GFC ศูนย์รวมบริการทางการแพทย์สำหรับการรักษาผู้มีบุตรยากแบบครบวงจร โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในการเจริญพันธ์ให้กับคู่รักที่ประสบภาวะมีบุตรยาก ทั้งนี้สามารถเข้ามาปรึกษา และขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทำเด็กหลอดแก้ว(IVF)

ด้วยความเชี่ยวชาญที่ผสานความใส่ใจของทีมแพทย์และบุคลากร

Call Center 097-484-5335
เวลาทำการ : จันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 20.00 น. หรือ
เสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 น.

บทความเกี่ยวกับ IUI
บริการ IUI
บริการ ICSI/IVF
การทำ IUI คืออะไร? ขั้นตอน การเตรียมตัว และโอกาสสำเร็จ
ขั้นตอนการทำ IUI อย่างละเอียด เตรียมตัวอย่างไร และโอกาสสำเร็จ
IUI มีโอกาสท้องมากกว่าธรรมชาติจริงไหม? เพิ่มโอกาสสำเร็จแค่ไหน
บทความเกี่ยวกับ ICSI/ IVF