Skip to content Skip to footer
ข้อดีของการฝากไข่ Egg Freezing ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อรักษาคุณภาพและปริมาณเซลล์ไข่ GFC Clinic

ฝากไข่ตอนอายุน้อยดีอย่างไร? 5 เหตุผลที่ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

ทำไมต้องฝากไข่แต่เนินๆ เรื่องน่ารู้ของผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการวางแผนมีลูกในอนาคต การฝากไข่ หรือ Egg Freezing ของผู้หญิง เปรียบเหมือนกับการซื้อประกันรองรับความเสี่ยงในอนาคต สำหรับคู่รักที่ประสบกับปัญหาทางด้านสุขภาพในโรคต่างๆ หรือมีภาวะมีบุตรยาก จนไปถึงผู้ต้องการวางแผนครอบครัวและอยากมีลูกเมื่อพร้อมในอนาคต เพราะการฝากไข่ จะถูกเก็บรักษาไว้คงสภาพเดิมได้ยาวนานถึง 5 - 10 ปี โดยขึ้นอยู่กับอายุและความพร้อมของร่ายกาย และเมื่อถึงเวลาพร้อมหรืออยากมีลูกก็นำออกมาเพื่อเข้าสู่การกระบวนการตั้งครรภ์ด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI หากแต่ว่าการที่คู่รักมีลูกยากและอยากมีลูก หรือผู้ที่ต้องการวางแผนครอบครัวอยากมีลูกเมื่อพร้อมในอนาคต จะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้สูงนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วย ไม่ว่าจะเป็น ในด้านอายุและความพร้อมของร่ายกาย รวมทั้งช่วงเวลาของการฝากไข่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยด้วยเช่นเดียวกัน โดยในทางการแพทย์นั้น ‘การฝากไข่’ ซึ่งขึ้นอยู่กับช่วงอายุของผู้หญิง ยิ่งมีอายุน้อยๆ เท่าไร ก็มีโอกาสที่จะได้ไข่คุณภาพดีและมีไข่จำนวนมากนั่นเอง 5 เหตุผลสำคัญต้องฝากไข่ตั้งแต่เนิ่นๆ การฝากไข่ของผู้หญิง สามารถทำได้ตั้งแต่ฝ่ายหญิงเริ่มมีประจำเดือน แต่ในช่วงอายุที่เหมาะสม ที่ไข่จะมีคุณภาพดีเหมาะสมที่สุดในการตั้งครรภ์คือ ช่วงวัยเจริญพันธุ์อายุ 22-28 ปี และเมื่อผู้หญิงเริ่มมีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ปริมาณไข่จะเริ่มลดน้อยลง ดังนั้นหากคู่รักที่มีภาวะมีลูกยากและอยากมีลูก วางแผนฝากไข่และการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI เมื่อพร้อมมีลูก ควรดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ โดยมีข้อดี ดังนี้ …

Read More

เกณฑ์การจัดลำดับคุณภาพตัวอ่อน Blastocyst Grading สำหรับการทำ IVF และ ICSI GFC Clinic

เกณฑ์การเกรดตัวอ่อน IVF / ICSI ตัวอ่อนเกรดไหนดีที่สุด?

เกรดตัวอ่อน มีความสำคัญต่อการทำเด็กหลอดแก้ว ICSI IVF เมื่อพูดถึงกระบวนการคัดเลือกตัวอ่อน ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการทำเด็กหลอดแก้ว IVF / ICSI คู่รักหลายคู่ที่ประสบกับภาวะมีบุตรยากและอยากมีลูก จึงมักตั้งคำถามว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ‘ตัวอ่อน’ นั้นเป็นตัวอ่อนที่ดีก่อนที่จะย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก เพราะการที่จะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับตัวอ่อนที่มีคุณภาพ ก่อนอื่นคู่รักที่มีลูกยากและอยากมีลูกควรทำความเข้าใจก่อนว่า การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว IVF / ICSI ภายหลังจากที่ไข่ผสมกับสเปิร์มแล้ว แพทย์จะนำไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการโดยนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในระยะเวลาพัฒนาตัวอ่อนก็อยู่ที่ประมาณ 5-6 วัน ในช่วงนี้ก็จะมีการแบ่งเกรดของตัวอ่อน ด้วยกัน 2 ระยะ ดังนี้ 1.ระยะคลีเวจ (Cleavage) เป็นระยะที่ตัวอ่อนเกิดการแบ่งตัว เป็นระยะหลังไข่กับสเปิร์มผสมกันแล้ว 24 - 72 ชั่วโมงเป็นระยะที่ไข่กับสเปิร์มผสมกันแล้ว 24 ชั่วโมงเป็นต้นไป จนไปถึงไม่เกินวันที่ 4 จะแบ่งเกรด โดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากลจากเกณฑ์การให้คะแนนตัวอ่อนของ Istanbul Consensus Scoring System 2011 โดยจะมีการพิจารณาจากรูปร่างความสมมาตรของเซลล์ที่พบ…

Read More

ข้อกำหนดและกฎหมายการเลือกเพศบุตรด้วยวิธี ICSI และการคัดกรองโครโมโซมในประเทศไทย GFC Clinic

ทำ ICSI เลือกเพศลูกได้ไหม? สรุปข้อเท็จจริงและกฎหมายไทย 2026

ตรวจโครโมโซม NGS ตัวช่วยของคู่รักมีลูกยากและอยากเลือกเพศด้วยการทำ ICSI การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ สำหรับคู่รักที่ประสบกับปัญหามีลูกยากและอยากมีลูก บ่อยครั้งที่คู่รักหลายคู่มักเกิดคำถามที่ว่า เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดยการทำเด็กหลอดแก้ว ICSI IVF สามารถเลือกเพศของลูกได้หรือไม่? ยิ่งสถานการณ์การมีบุตรในไทยต่ำลง แต่ละครอบครัวต้องการมีลูกเพียงคนเดียว ยิ่งทำให้เกิดความคาดหวังให้ลูกเป็นเพศที่ต้องการ การเลือกเพศเป็นหนึ่งในความปรารถนาของผู้ที่มีลูกยากและอยากมีลูก เหตุผลที่ทำให้คู่รักที่ประสบกับภาวะมีบุตรยากและอยากมีลูก ต้องการเลือกเพศหลากหลายด้านด้วยกัน ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากความเชื่อในเรื่องการสืบสกุล หรืออาจจะเกิดขึ้นกับในกรณีที่พ่อแม่หรือบรรพบุรุษมีโรคทางพันธุกรรมบางอย่างที่สามารถถ่ายทอดไปยังลูกเฉพาะเพศใดเพศหนึ่งได้ เช่น โรคสังข์ทอง (Anhidrotic Ectodermal Dysplasia), โรคเลือด G6PD, โรคดาวน์ซินโดรมบางประเภท ฯลฯ ในกรณีที่พ่อแม่หรือคนในครอบครัวมีประวัติว่าเป็นโรคเหล่านี้ลูกชายจะมีภาวะเสี่ยงต่อโรคได้ แต่ลูกสาวภาวะเสี่ยงนี้จะไม่เกิดขึ้น แต่ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการเลือกเพศด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้วนั้น คู่รักที่มีลูกยากและอยากมีลูก ควรทำความเข้าใจปัจจัยการกำหนดเพศลูกก่อน เมื่อไข่ของฝ่ายหญิงมีโครโมโซมเพศเป็น XX ส่วนสเปิร์มของฝ่ายชายมีโครโมโซมเพศเป็น XY นั่นคือในน้ำอสุจิจะมีสเปิร์มอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ X คือ หญิง และ Y คือ ชาย แต่เมื่อเกิดการปฏิสนธิก็ขึ้นอยู่กับว่าสเปิร์มตัวไหนที่เข้าเจาะไข่ของแม่ๆ ถ้าสเปิร์มตัว X เจาะได้ กลายเป็นโครโมโซม…

Read More

ตารางเปรียบเทียบเกรดตัวอ่อน Blastocyst และเปอร์เซ็นต์โอกาสการตั้งครรภ์สำเร็จ GFC Clinic

เกรดตัวอ่อนกับโอกาสสำเร็จ ตัวอ่อนเกรดไหนมีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุด?

เกรดตัวอ่อน มีความสำคัญต่อการทำเด็กหลอดแก้ว ICSI IVF เมื่อพูดถึงกระบวนการคัดเลือกตัวอ่อน ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการทำเด็กหลอดแก้ว IVF / ICSI คู่รักหลายคู่ที่ประสบกับภาวะมีบุตรยากและอยากมีลูก จึงมักตั้งคำถามว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ‘ตัวอ่อน’ นั้นเป็นตัวอ่อนที่ดีก่อนที่จะย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก เพราะการที่จะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับตัวอ่อนที่มีคุณภาพ ก่อนอื่นคู่รักที่มีลูกยากและอยากมีลูกควรทำความเข้าใจก่อนว่า การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว IVF / ICSI ภายหลังจากที่ไข่ผสมกับสเปิร์มแล้ว แพทย์จะนำไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการโดยนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในระยะเวลาพัฒนาตัวอ่อนก็อยู่ที่ประมาณ 5-6 วัน ในช่วงนี้ก็จะมีการแบ่งเกรดของตัวอ่อน ด้วยกัน 2 ระยะ ดังนี้ 1.ระยะคลีเวจ (Cleavage) เป็นระยะที่ตัวอ่อนเกิดการแบ่งตัว เป็นระยะหลังไข่กับสเปิร์มผสมกันแล้ว 24 – 72 ชั่วโมงเป็นระยะที่ไข่กับสเปิร์มผสมกันแล้ว 24 ชั่วโมงเป็นต้นไป จนไปถึงไม่เกินวันที่ 4 จะแบ่งเกรด โดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากลจากเกณฑ์การให้คะแนนตัวอ่อนของ Istanbul Consensus Scoring System 2011 โดยจะมีการพิจารณาจากรูปร่างความสมมาตรของเซลล์ที่พบ สำหรับการแบ่งเกรดระยะนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ · คลีเวจ เกรด 1 (GOOD) เป็นตัวอ่อนที่มี blastomeres มีการแบ่งเซลล์ของตัวอ่อนที่เป็นรูปร่างกลมสวย…

Read More

ขั้นตอนการทำ IUI หรือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูกเพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ GFC Clinic

การทำ IUI คืออะไร? ขั้นตอน การเตรียมตัว และโอกาสสำเร็จ

การทำ IUI ทางเลือกการรักษาภาวะมีบุตรยากสเต็ปแรกของคู่รักที่อยากมีลูก ปัญหาการมีบุตรยาก กลายเป็นเรื่องปวดใจสำหรับคู่รักบางคู่ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ด้วยวิธีทางธรรมชาติ ทั้งที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ และไม่ได้คุมกำเนิดในช่วงระยะเวลา 1 ปี การทำ IUI เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคู่รักที่อยากมีลูก เพราะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ 10% แต่ในปัจจุบันการรักษาภาวะมีบุตรยาก มีให้เลือกหลายวิธี ทั้งเด็กหลอดแก้ว IVF (In-vitro Fertilization) และ IUI ซึ่งทั้งสองวิธีดังกล่าวมีกระบวนการที่แตกต่างกัน และมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสของการปฏิสนธิมากกว่าวิธีการทางธรรมชาติ บทความนี้เราจะมาเจาะลึกถึงการทำ IUI เพื่อความเข้าใจถึงกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธีการ IUI ที่มีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง และความเหมาะสมสำหรับคู่รัก รวมทั้งการเตรียมตัวรักษา เพื่อประกอบการตัดสินใจของคู่รักที่อยากมีลูก การทำ IUI คืออะไร IUI : Intrauterine insemination หรือการฉีดเชื้อผสมเทียม เป็นการฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก จัดว่าเป็นวิธีที่มีความใกล้เคียงกับวิธีธรรมชาติมากที่สุด เพราะ IUI คือการนำอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นตัวที่แข็งแรงฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในวันที่ฝ่ายหญิงมีการตกไข่ โดยตัวอสุจิจะว่ายไปปฏิสนธิกับไข่ที่ท่อนำไข่เอง วิธีการรักษา IUI เป็นการสร้างโอกาสให้อสุจิได้ผสมกับไข่ได้ง่ายกว่าปกติ เพิ่มเปอร์เซ็นต์การประสบความสำเร็จในการปฏิสนธิ ซึ่งการทำ IUI ฝ่ายชายควรมีตัวอสุจิที่แข็งแรงหลังการผ่านการคัดกรองแล้ว 5-10 ล้านตัวขึ้นไป หากมีน้อยกว่านั้นโอกาสตั้งครรภ์จะน้อยตามไปด้วย การรักษาแบบ IUI จะใช้เมื่อใด การฉีดเชื้อผสมเทียมเป็นการรักษาเบื้องต้นของการรักษาภาวะมีบุตรยากจากหลายสาเหตุ เช่น ฝ่ายชายมีความผิดปกติ โดยมีจำนวนอสุจิน้อยหรือการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิลดลง ฝ่ายหญิงมีภาวะปากมดลูกที่ไม่เป็นมิตร และมีปัญหามูกปากมดลูก คู่สมรสที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์เนื่องจากพิการ บาดเจ็บ หรือมีปัญหาอื่น เช่น หลั่งเร็วเกินไป…

Read More

ภาพประกอบขั้นตอนการฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI) อย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ GFC Clinic

ขั้นตอนการทำ IUI อย่างละเอียด เตรียมตัวอย่างไร และโอกาสสำเร็จ

Happy couple hand holding white blank space IUI ICSI IVF ตัวช่วยการรักษาภาวะมีลูกยาก คำตอบของคนอยากมีลูก การแต่งงาน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในชีวิตคู่ และเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานสร้างครอบครัวที่ประกอบไปด้วย ‘พ่อ แม่ ลูก’ ดังนั้นการวางแผนครอบครัวจึงมีความสำคัญมาก ก่อนที่คู่รักจะตัดสินใจเข้าประตูวิวาห์ สิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน คือการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับคู่รักที่อยากมีลูกและเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ ทำไมคู่รักควรตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน  ในปัจจุบันแนวโน้มการแต่งงานที่ช้าลง และประกอบกับการแต่งงานในช่วงอายุที่มากขึ้น อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความเครียดในด้านของการทำงาน ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้สุขภาพของคู่รักหลายคู่ต้องเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก หรือมีลูกยาก ดังนั้นการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง จึงเป็นการเช็คความพร้อมและความสมบูรณ์ของร่างกายหรือความบกพร่องทางพันธุกรรม หากคู่รักมีสุขภาพที่ดี มีความพร้อมและความสมบูรณ์ของร่างกาย ก็จะส่งผลต่อความสมบูรณ์ในการตั้งครรภ์ และทำให้ทารกมีสุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้แล้วการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ในกรณีที่คู่รักเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก หรือเป็นโรคด้านพันธุกรรม จะช่วยทำให้คู่รักสามารถปรึกษาร่วมกับแพทย์ วางแผนการรักษาและการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับบุตรได้ถูกทาง          ประโยชน์การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน 1.ลดความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ช่วยลดความเสี่ยงโอกาสการส่งผ่านโรคสู่กันและกัน และลดความเสี่ยงการเกิดโรคแทรกซ้อนไปสู่คู่ชีวิต อีกทั้งลดการส่งผ่านโรคจากแม่สู่ลูกน้อยได้ด้วยเช่นกัน  เพราะโอกาสการส่งผ่านโรคสู่กันและกันจะผ่านการมีเพศสัมพันธ์และผ่านทางเลือด เนื่องจากบางโรคอาจจะไม่แสดงอาการเด่นชัดในระยะแรก ๆ แต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือด เช่น โรคซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบ หรือกระทั่งโรคเอดส์ เป็นต้น 2.หลีกเลี่ยงการถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรม โรคทางพันธุกรรม (Genetic…

Read More

กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอายุของคุณแม่กับคุณภาพของเซลล์ไข่และโอกาสการตั้งครรภ์สำเร็จ GFC Clinic

อายุมีผลอย่างไรต่อการตั้งครรภ์? เจาะลึกความเสี่ยงและโอกาสสำเร็จตามช่วงอายุ

ตรวจโครโมโซมมีความสำคัญต่อคุณแม่ที่มีอายุมาก ปัจจุบันด้วยค่านิยมของผู้หญิงไทยที่เปลี่ยนแปลงจากในอดีต ทั้งในด้านของการศึกษาที่ต้องเรียนให้จบ ความมุ่งมั่นเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงไทยแต่งงานช้าลง และการมีอายุที่เพิ่มขึ้นของฝ่ายหญิง เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้คู่รักหลายคู่ต้องเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก รวมทั้งเมื่อตั้งครรภ์ยังมีความเสี่ยงต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความผิดปกติโครโมโซมของทารกในครรภ์ ตลอดจนการเกิดภาวะแทรกซ้อนในตัวคุณแม่ที่มีผลต่อเด็กในครรภ์ ทำไมอายุมากมีความเสี่ยงต่อการมีลูกยาก อายุและภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงมีความสัมพันธ์กัน แม้ว่าผู้หญิงจะเกิดมาพร้อมกับไข่จำนวนมากกว่า 1 ล้านฟอง และจำนวนนั้นจะลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น คุณภาพของไข่ที่คุณมีก็ลดลงเช่นกัน และภาวะเจริญพันธุ์ก็จะลดลงตามไปด้วย ผู้หญิงจะมีแนวโน้มเจริญพันธุ์มากที่สุดในช่วงอายุ 20 ปี และภาวะเจริญพันธุ์ของคุณเริ่มลดลงเมื่ออายุประมาณ 32 ปี และลดลงอย่างรวดเร็วมากขึ้นเมื่ออายุประมาณ 35 ปี โดยมีโอการตั้งครรภ์ดังนี้ · ผู้หญิงในช่วงอายุ 20 กลางๆจะมีโอกาสตั้งครรภ์ 20% ที่จะตั้งครรภ์หลังจากคู่รักพยายามมา 3 เดือน · ผู้หญิงในช่วงอายุ 35 ปี มีโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติเหลือเพียง 12% หลังจากคู่รักพยายาม 3เดือน · ผู้หญิงในช่วงอายุหลัง 40 ปี โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติเพียง…

Read More

ปัจจัยความสำเร็จของการทำ ICSI และสถิติอัตราการตั้งครรภ์ที่ GFC Clinic

ทำไมอัตราสำเร็จ ICSI ที่ GFC Clinic ถึงสูง? เผยเบื้องหลังความสำเร็จ

มีลูกยาก ทำ ICSI กับ GFC เพิ่มโอกาสการสำเร็จการตั้งครรภ์ คู่รักที่ประสบกับภาวะมีบุตรยาก เมื่อเข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีเพื่อช่วยการเจริญพันธุ์โดยทำ IUI และ IVF แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ การรักษาอีกทางเลือกหนึ่งก็คือการทำ ICSI ซึ่งจะช่วยให้คู่รักสามารถประสบความสำเร็จการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้น เนื่องจากโอกาสปฏิสนธิสำเร็จของการทำ ICSI อยู่ที่ 30 – 40% นับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับวิธีการรักษาด้วย IUI และ IVF โอกาสที่คู่รักมีลูกยากและอยากมีลูกประสบความสำเร็จจากการตั้งครรภ์ด้วยการทำ ICSI ที่สูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วย ICSI ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยมีโรงพยาบาล ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก คลินิกบริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยาก ให้บริการคำปรึกษาและรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้วยการทำ ICSI อย่างแพร่หลาย ทำไมอิ๊กซี่ (ICSI) เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ อิ๊กซี่ (ICSI) หรือ Intracytoplasmic Sperm Injection เป็นการปฏิสนธิที่ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงเซลล์ไข่และอสุจิร่วมกัน แต่เป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง จากนั้นทำการเพาะเลี้ยง แล้วย้ายตัวอ่อนเข้าสู่มดลูก หลายคนสงสัยว่าโอกาสสำเร็จการตั้งครรภ์ ICSI ถึงสูงกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาด้วย IVF และ IUI ที่ผ่านมาคู่รักคิดว่าการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง จะเกิดการปฏิสนธิได้ 100% แต่การที่อสุจิถูกฉีดเข้าไปในไข่ เซลล์ไข่อาจไม่ได้แบ่งตัวและกลายเป็นตัวอ่อน การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วย ICSI นักวิทยาศาสตร์ ดำเนินการตรวจสอบไข่ที่เหมาะสมสำหรับการปฏิสนธิ ด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อประเมินโครงสร้างภายในไข่อยู่ในระยะการพัฒนาหรือไม่ และจะดำเนินการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดจำนวน 1 ตัว ฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ 1 ใบ…

Read More

การเตรียมความพร้อมของร่างกายและการดูแลสุขภาพก่อนเริ่มกระบวนการ IVF และ ICSI GFC Clinic

เตรียมตัวก่อนทำ IVF / ICSI อย่างไรให้ติด? ขั้นตอนและเคล็ดลับ

การฝากไข่ ถือว่าเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญในการรักษาภาวะมีบุตรยากของคู่รักที่อยากมีลูก รวมทั้งคู่รักที่ยังไม่พร้อมมีลูกและรอการสร้างอนาคตในวันข้างหน้า จึงต้องการฝากไข่ เก็บไข่ ไว้เพื่อลดความเสี่ยงการมีลูกยาก เพราะเมื่อผู้หญิงมีอายุโดยเฉลี่ยที่ 35 ปีขึ้นไป ความเสื่อมของร่างกายก็มากขึ้นทำให้โอกาสในการมีลูกก็ยาก ปัจจุบันการฝากไข่จึงเริ่มได้ความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะคู่รักที่ยังเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และต้องการวางแผนครอบครัว โดยกำหนดช่วงเวลาความพร้อมในการตั้งครรภ์ หรือต้องการทำเด็กหลอดแก้วในอนาคต จึงมีความสนใจการฝากไข่ หรือ การแช่แข็งเก็บรักษาเซลล์ไข่ (Egg Freezing) การฝากไข่ หรือEgg Freezingคืออะไร ฝากไข่ (Oocyte Cryopreservation หรือ Egg Freezing) คือ การนำเซลล์ไข่ของผู้หญิงที่มีอยู่ภายในร่างกาย ออกมาแช่แข็งไว้เพื่อหยุดอายุเซลล์สืบพันธ์ ป้องกันการเสื่อมสภาพตามอายุ เพราะแม้ว่าผู้หญิงที่เข้าสู่วัยรุ่นในแต่ละเดือนจะมีการตกไข่เดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งเซลล์ไข่นี้ถูกสร้างตั้งแต่ยังเป็นทารกอยู่ในครรภ์ถึง 6-7 ล้านฟอง แต่เมื่อทารกเพศหญิงคลอดออกมาแล้วจะเหลือไข่เพียง 2 ล้านฟอง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เซลล์ไข่เหล่านั้นจะเหลือเพียง 2-5 แสนฟอง และจะมีเซลล์ไข่ที่ทำให้ตั้งครรภ์ได้เพียง 400-500 ฟองเท่านั้น ส่วนไข่ใบอื่นๆ จะสลายและฝ่อไป ยิ่งเราอายุมากขึ้นเซลล์ไข่ยิ่งเสื่อมลง ทำให้เกิดปัญหามีลูกยากและเด็กที่เกิดมาไม่แข็งแรง เหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงหันมาวางแผนมีลูกและเริ่มฝากไข่มากขึ้น เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ แต่ต้องการตั้งครรภ์ในอนาคต และการฝากไข่ยังเป็นทางเลือกของผู้หญิงที่กำลังจะได้รับยาเคมีบำบัด หรือฉายแสง ที่กระทบต่อจำนวนไข่และคุณภาพเซลล์ไข่ อันเนื่องจากมีโรคประจำตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ในปัจจุบันและรอความพร้อมของร่างกายเพื่อการตั้งครรภ์ในอนาคต การเตรียมความพร้อมก่อนการเก็บไข่ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก…

Read More

สรุปสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของภาวะมีบุตรยากในผู้หญิงและผู้ชาย GFC Clinic

สาเหตุภาวะมีบุตรยากเกิดจากอะไร? เจาะลึกปัจจัยจากฝ่ายหญิงและชาย

สาเหตุของการเกิดภาวะมีบุตรยาก ภาวะที่กวนใจคู่สามีภรรยาที่อยากมีลูก มีคำกล่าวที่ว่า “ลูก” คือของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ชีวิตมีความพร้อมทั้งในด้านของหน้าที่การงาน ทรัพย์สินเงินทอง และเวลา คู่รักหลายคู่ ๆ ต่างก็อยากที่จะพัฒนาสถานะจากสามีภรรยาไปสู่การเป็นพ่อและแม่กันมากขึ้น อย่างไรก็ตามการจะมีลูกสักคนหนึ่งมาเป็นโซ่ทองคล้องใจเพื่อเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์แบบมากขึ้นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีคู่รักหลาย ๆ คู่ที่พยายามจะมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติอยู่หลายปีแต่กลับต้องเผชิญกับภาวะมีบุตรยากจนทำให้ไม่สามารถที่จะตั้งครรภ์ได้สำเร็จ วันนี้ Genesis Fertility Center จึงอยากจะขอพาคู่รักที่ต้องการจะก้าวเข้าสู่บทบาทของการเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้เลยว่า ภาวะมีบุตรยากคืออะไร และอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คู่รักที่อยากมีลูกไม่สามารถมีลูกได้ตามที่ตั้งใจ ทำความรู้จักกับภาวะมีบุตรยาก เชื่อว่าคู่รักหลาย ๆ คู่ที่กำลังพยายามจะมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติอาจจะเคยเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับนิยามของคำว่า “ภาวะมีบุตรยาก” ว่าจริง ๆ แล้วนั้นเราต้องใช้ระยะเวลาในการพยายามมีลูกมากแค่ไหนถึงจะเรียกว่ากำลังประสบกับภาวะมีบุตรยาก หลักเดือน? หลักปี? หรือหลักหลายปี? ซึ่งถ้าหากพูดถึงการนิยามเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก (Infertility) ในทางการแพทย์แล้วนั้น ภาวะมีบุตรยากจะหมายถึงการที่คู่สามีภรรยามีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการคุมกำเนิดกันอย่างสม่ำเสมอ แต่ทว่าฝ่ายหญิงกลับไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี หรือระยะเวลา 6 เดือนสำหรับฝ่ายหญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก โดยส่วนใหญ่แล้วภาวะมีบุตรยากมักจะมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในเรื่องของอาหารการกิน สุขภาพร่างกาย วิถีการดำเนินชีวิต ตลอดจนความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ซึ่งสาเหตุของภาวะมีบุตรยากนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยมีงานวิจัยระบุไว้ว่าสาเหตุของภาวะมีบุตรยากอาจเกิดขึ้นจากฝ่ายชายประมาณ 25% และเกิดขึ้นจากฝ่ายหญิง…

Read More

เปรียบเทียบเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ IUI, IVF และ ICSI เพื่อรักษาภาวะมีบุตรยาก GFC Clinic

รวมเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ IVF, ICSI, IUI ต่างกันอย่างไร?

IUI ICSI IVF ตัวช่วยการรักษาภาวะมีลูกยาก คำตอบของคนอยากมีลูก ปัญหาการมีลูกยาก คือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์สำหรับคู่รักที่ต้องการเติมเต็มชีวิตคู่และสร้างครอบครัวด้วยการมีเจ้าตัวน้อยเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว หากคู่ใดเกิดประสบกับปัญหาการมีลูกยากคงเป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย แต่ในปัจจุบันนวัตกรรมด้านวิทยาการทางการแพทย์ที่มีความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คู่รักที่อยากมีลูก สามารถประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหาภาวะมีลูกยากและกำลังอยู่ระหว่างการหาข้อมูล และวิธีการรักษา ว่ามีวิธีการอะไรบ้าง บทความนี้จะเป็นตัวช่วยตอบถึงวิธีการต่างๆ ปัจจุบันทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยาก มีหลายวิธีทั้งการทำ IUI การทำ IVF และการทำ ICSI ซึ่งการเลือกวิธีในการรักษาภาวะมีลูกยากขึ้นอยู่กับสาเหตุของการมีลูกยากที่ตรวจพบเป็นหลัก และพิจารณาปัจจัยอื่นๆเป็นองค์ประกอบร่วม ได้แก่ อายุ ระยะเวลาการพยายามมีบุตร ความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับทางเลือกในการรักษาวิธีอื่นๆ การทำ IUI : Intrauterine insemination หรือการผสมเทียม เป็นการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง จัดว่าเป็นวิธีที่มีความใกล้เคียงกับวิธีธรรมชาติมากที่สุด เพราะ IUI คือนำอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นตัวที่แข็งแรงฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในวันที่ฝ่ายหญิงมีการตกไข่ โดยตัวอสุจิจะว่ายไปปฏิสนธิกับไข่ที่ท่อนำไข่เอง เป็นการสร้างโอกาสให้อสุจิได้ผสมกับไข่ได้ง่ายกว่าปกติ เพิ่มเปอร์เซ็นต์ประสบความสำเร็จในการปฏิสนธิ ซึ่งการทำ IUI ฝ่ายชายควรมีตัวอสุจิที่แข็งแรงหลังการผ่านการคัดกรองแล้ว 1 ล้านตัวขึ้นไป หากมีน้อยกว่านั้นโอกาสตั้งครรภ์จะน้อยลง การทํา IUI มีขั้นตอนวิธีการทำอย่างไร การทำ IUI แพทย์จะสอดท่ออ่อนที่บางและยืดหยุ่นเข้าไปทางปากมดลูกเข้าสู่มดลูกของฝ่ายหญิง และใช้กระบอกฉีดยาขนาดเล็กเพื่อส่งผ่านสเปิร์มผ่านท่อเข้าไปในมดลูกโดยตรง กระบวนการนี้ถือเป็นการเพิ่มจำนวนเซลล์อสุจิที่วางอยู่ในมดลูกให้มากที่สุด เป็นการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ซึ่งการตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นหากตัวอสุจิปฏิสนธิกับไข่ และไข่ที่ปฏิสนธิฝังอยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูก การทำ IVF (In-Vitro Fertilization) หรือเรียกกันว่าการทำ…

Read More

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างขั้นตอนการทำ IUI และการทำ IVF เพื่อรักษาภาวะมีบุตรยาก GFC Clinic

เปรียบเทียบ IUI vs IVF ต่างกันอย่างไร? เลือกวิธีไหนให้ติดลูกง่ายที่สุด

Pregnant woman with ultrasound photo sitting on bed หมดปัญหาคาใจ เมื่อคู่รักต้องตัดสินใจรักษาภาวะมีบุตรยาก ในสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราการแต่งงานของประชากรในประเทศไทยค่อนข้างช้าลง และความพร้อมในการมีลูกของคนในยุคปัจจุบันก็ช้าลงไปด้วยอีกทั้งด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในชีวิตประจำวัน ภาวะกดดันต่างๆ ในที่ทำงาน ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การตั้งครรภ์ตามธรรมชาติเป็นไปได้ยาก ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นในปัจุบัน ทำให้มีวิธีที่สามารถช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบภาวะมีบุตรยากสามารถตั้งครรภ์ได้ ทั้งการทำเด็กหลอดแก้ว หรือที่ทุกคนเคยรู้จักว่าการทำกิ๊ฟ ซึ่งการเลือกวิธีการรักษาภาวะภาวะมีบุตรยากนั้น ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของคู่รักที่คิดจะมีเจ้าตัวน้อย หลายคนต้้งข้อสงสัยว่า ระหว่างการทำ ‘เด็กหลอดแก้ว’ หรือ ‘ทำกิ๊ฟ’ การรักษาทั้งสองรูปแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร และรูปแบบไหนดีกว่า ในทางการแพทย์แล้ว การรักษาทั้งสองรูปแบบ ระหว่างการทำ ‘เด็กหลอดแก้ว’ หรือ การ ‘ทำกิ๊ฟ’ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งสองรูปแบบมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่คู่รักต้องศึกษา และพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อผลลัพธ์ปลายทางคือ ความสำเร็จของการตั้งครรภ์ เด็กหลอดแก้ว IVF คืออะไร การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ In-Vitro Fertilization (IVF) วิธีการนี้จะคัดเลือกเซลล์สืบพันธ์ของฝ่ายหญิงที่เรียกว่าไข่มาผสมกับเซลล์สืบพันธ์ของฝ่ายชายคืออสุจิในอุปกรณ์ทดลองทางการแพทย์ เป็นการเพาะเลี้ยงในหลอดทดลอง จนกระทั่งเกิดการปฏิสนธิ แล้วเลี้ยงต่อในห้องปฏิบัติการจนเป็นตัวอ่อนในระยะ 4-8 เซลล์ หรือเลี้ยงจนถึงระยะตัวอ่อนวันที่ 5 ซึ่งเรียกว่า ระยะบลาสโตซีสท์…

Read More