รักษาภาวะมีบุตรยาก ทำ IUI กับ ICSI มีความแตกต่างกันอย่างไร
ปัญหาที่สร้างความหนักใจสำหรับคู่รักที่มีบุตรยากและอยากมีลูก คงหนีไม่พ้นกับการหาคำตอบว่า เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์แบบไหนดีกว่ากัน คู่รักหลายคู่สงสัยว่าระหว่างการทำ IUI กับการทำ ICSI กระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อเพิ่มโอกาสของการปฏิสนธิ ทดแทนวิธีทางธรรมชาติที่ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร
ทางการแพทย์การทำ IUI เป็นการปฏิสนธิในร่างกายโดยให้ไข่กับอสุจิผสมกันเอง ซึ่งเป็นการปฏิสนธิแบบธรรมชาติ โดยการฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูกไม่ใช่การปฏิสนธิภายนอกหรือการทำเด็กหลอดแก้ว ส่วนการทำ ICSI หรืออิ๊กซี่ เป็นการปฏิสนธินอกร่างกายโดยการใส่อสุจิเข้าไปในเนื้อไข่ หรือที่เราเรียกว่าทำเด็กหลอดแก้ว แต่เพื่อให้คู่รักหายสงสัยมาเริ่มต้นศึกษาข้อมูลกันเลย
ทำความรู้จัก IUI คือการปฏิสนธิในร่างกาย
การทำIUI (Intra – uterine insemination) เป็นการฉีดอสุจิที่ผ่านมาคัดเลือกแล้วเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นการปฏิสนธิในร่างกายที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ซึ่งวิธีโดยทั่วไปจะกระตุ้นการตกไข่ในผู้หญิง เมื่อขนาดของถุงไข่เจริญเต็มที่ แพทย์จะทำการฉีดยากระตุ้นให้ไข่สุกและเกิดการตกไข่ จากนั้นจะฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าไปสู่โพรงมดลูกแล้วให้อสุจิกับไข่ปฏิสนธิกันเอง
สำหรับการทำ IUI เป็นการสร้างโอกาสให้อสุจิได้ผสมกับไข่ได้ง่ายกว่าปกติ จึงเป็นการเพิ่มโอกาสการประสบความสำเร็จในการปฏิสนธิสำหรับคู่รักมีปัญหาภาวะมีบุตรยาก โดยอัตราความสำเร็จของการทำ IUI สำหรับคู่รักที่อยากมีลูก มีตั้งแต่ 5-10% เมื่อเทียบกับการทำเด็กหลอดแก้ว สำหรับขั้นตอนการทำ IUI สำหรับคู่รักที่มีบุตรยากไม่มีความซับซ้อน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- เริ่มต้นที่ติดตามรอบการตกไข่ เพื่อให้สามารถทำ IUI ได้ตรงกับวันไข่ตก
- เตรียมความพร้อมน้ำอสุจิ โดยการแยกเชื้ออสุจิออกจากน้ำและองค์ประกอบอื่นๆ
- แพทย์จะกำหนดวันทำ IUI โดยจะนัดภายใน 1-2 วันหลังจากพบการตกไข่แล้ว
- ขั้นตอนการทำ IUI แพทย์จะใส่สายสวนที่มีขนาดเล็ก แต่บรรจุเชื้ออสุจิที่แข็งแรงเมื่อสอดเข้าไปจนถึง
- บริเวณมดลูกจึงจะปล่อยอสุจิเข้าไป
- หลังจากทำ IUI แล้วต้องรอประมาณ 2 สัปดาห์ และทำการทดสอบการตั้งครรภ์
การทำ IUI ดียังไงเหมาะคู่รักที่มีบุตยากแบบไหน
- การทำ IUI จะมีโอกาสตั้งครรภ์มากกว่าการตั้งครรภ์ธรรมชาติประมาณ 2 เท่า หรือ 10 – 20 % แต่ถ้าฝ่ายหญิงได้ใช้ยากระตุ้นการตั้งครรภ์ โอกาสการตั้งครรภ์มากขึ้นประมาณ 3 เท่า
- การรักษาด้วยวิธี IUI เป็นวิธีที่มีราคาไม่แพง ในกรณีที่ฝ่ายหญิงจำเป็นต้องใช้ยากระตุ้นการตกไข่ ราคายารับประทานและยาฉีดจะมีราคาจะอยู่สูงกว่าการไม่ได้ใช้ยา
- การทำ IUI เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ที่เป็นวิธีแรกของการรักษาผู้ที่มีบุตรยากและอยากมีลูก และในกรณีที่ล้มเหลว 3-6 รอบ แพทย์จะแนะนำให้ทำ ICSI
- คู่สมรสอายุน้อย อัตราความสำเร็จการตั้งครรภ์อยู่ที่ 10-30%
การทำ IUI เหมาะกับคู่รักที่มีภาวะมีบุตรยากโดยอายุน้อยกว่า 35 ปี และมีบุตรยากโดยหาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งอาจจะเกิดจากปัญหาเยื่อบุโพรงมดลูก หรือฝ่ายหญิงที่มีมูกบริเวณช่องคลอดผิดปกติ โดยปกติแล้วหากผู้หญิงอยู่ในช่วงตกไข่จะมีของเหลวออกมาบริเวณช่องคลอดเพื่อให้อสุจิเคลื่อนที่ง่ายขึ้น แต่บางคนอาจผลิตของเหลวเหล่านี้มาเหนียวข้นเกินไป อสุจิจึงไม่สามารถเคลื่อนที่ถึงท่อนำรังไข่ได้ จึงต้องใช้ยากระตุ้นเพื่อให้ได้ไข่ที่ดีที่สุด รวมถึงฝ่ายชายที่เชื้ออสุจิไม่แข็งแรง มีปริมาณน้อย เคลื่อนที่ช้า รูปร่างผิดปกติ
การทำ IUI เลือกเพศหรือมีโอกาสมีลูกแฝดได้ไหม
การทำ IUI เป็นเพียงวิธีช่วยให้อสุจิสามารถเข้าไปผสมกับไข่ตามธรรมชาติง่ายขึ้นเท่านั้น คล้ายกับการมีเพศสัมพันธ์ จึงไม่สามารถเลือกเพศได้ แต่การทำ IUI มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีลูกแฝด หากมีการกระตุ้นไข่จนตกไข่มากกว่า 1 ฟอง มีโอกาสเกิดแฝดได้จากการที่เซลล์แบ่งตัวมากกว่าปกติ การตั้งครรภ์แฝดจัดว่าเป็นการตั้งครรภ์เสี่ยงสูงชนิดนึ่ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงทั้งต่อคุณแม่ และทารกในครรภ์ ทางการแพทย์จะไม่ได้ส่งเสริมเรื่องการทำลูกแฝด
ทำความรู้จักทำ ICSI คือ การปฏิสนธินอกร่างกาย
การทำICSI (Intracytoplasmic sperm injection) หรืออิ๊กซี่ เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงในการทำเด็กหลอดแก้ว เป็นการปฏิสนธินอกร่างกายที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธ์ุมาช่วย โดยเป็นการกระตุ้นไข่และเก็บออกมาจำนวนหลายฟอง และจะนำไข่และเชื้ออสุจิมาปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ซึ่งแพทย์จะคัดเลือกอสุจิและไข่ที่ดีที่สุดมาผสมกัน และใส่อสุจิเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง และเพาะเลี้ยงให้เป็นตัวอ่อนและฉีดกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวที่มดลูกและเจริญเติบโตเป็นทารก
สำหรับ ทำICSI เป็นการสร้างโอกาสให้อสุจิได้ผสมกับไข่ได้ง่ายกว่าปกติว ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ที่เพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์มากที่สุด โอกาสสำเร็จของการทำ ICSI โดยเฉลี่ยทุกช่วงอายุของคู่สมรส จะอยู่ที่ประมาณ 40-50% โดยอายุน้อยจะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น อายุมากให้ความสำเร็จที่ลดลงจึงมี่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยการทำการทำเด็กหลอดแก้ว อิ๊กซี่ (ICSI) มีขั้นตอนดังนี้
- แพทย์จะทำการตรวจฝายหญิงเพื่อดูความพร้อมของร่างกายว่าเหมาะสมกับการทำ ICSI ก็จะเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นรังไข่ให้ฟองไข่โตพร้อมกันหลายๆ ใบ ด้วยการฉีดยาติดต่อกันเฉลี่ยแล้วจะฉีดประมาณ 8-10 วัน
- ติดตามการเจริญเติบโตของฟองไข่ โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ร่วมกับประเมินระดับฮอร์โมน โดยการตรวจเลือดทุก 4-5 วัน เมื่อพบว่าขนาดของถุงไข่โตเต็มที่แล้ว แพทย์จะให้ฉีดยาฮอร์โมน ซึ่งจะไปเหนี่ยวนำให้เกิดการสมบูรณ์ของฟองไข่
- การเก็บไข่ เมื่อฟองไข่โตสมบูรณ์แล้ว จะทำการเจาะเก็บไข่ภายใน 34-36 ชั่วโมง ผ่านทางช่องคลอด โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์บอกตำแหน่ง แล้วใช้เข็มเล็กๆ เจาะไข่ออกมาจากรังไข่
- เก็บอสุจิของฝ่ายชาย โดยจะนำเอาเชื้ออสุจิ 1 ตัว ฉีดเข้าไปในไข่ที่สมบูรณ์ โดยใช้เครื่องมือและกล้องที่มีความละเอียดมากภายในห้องปฏิบัติการ
- การเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการเป็นระยะเวลา 3-5 วัน ในห้องปฏิบัติการที่ควบคุมปัจจัยที่เหมาะสมกับตัวอ่อน จนถึงระยะบลาสโตซิสท์ซึ่งเป็นระยะที่ตัวอ่อนมีความแข็งแรง แล้วจึงค่อยใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูก
การทำ ICSI ดียังไงเหมาะคู่รักที่มีบุตรยากแบบไหน
- ลดความเสี่ยงทารกมีความผิดปกติ แพทย์จะตัดเซลล์ตัวอ่อนเล็กน้อยไปตรวจโครโมโซม ทำให้มั่นใจว่าเด็กที่เกิดมาจะลดโอกาสเกิดความผิดปกติจากโครโมโซม
- เก็บไข่และน้ำเชื้อก่อนทำอิ๊กซี่ได้นาน สำหรับคู่สมรสที่ไม่พร้อมจะมีลูก สามารถเก็บไข่และน้ำเชื้อของตัวเองไว้ได้เช่นกัน โดยจะเก็บแช่แข็งเอาไว้ได้นานถึง 10 ปี
- การทำอิ๊กซี่สามารถเก็บตัวอ่อนได้เป็นเวลานานกว่า 10 ปีเช่นเดียวกับการเก็บไข่และน้ำเชื้อ อย่างกรณีที่คู่สมรสยังไม่พร้อมมีลูก
- การทำอิ๊กซี่มีโอกาสตั้งครรภ์มากที่สุด กรณีฝ่ายหญิงอายุไม่เกิน 35 ปี ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ 30-40% สำหรับอายุเกิน 35 ปี มีโอกาสมีประมาณ 20-30% และหากอายุเกิน 40 ปี จะมีโอกาสประมาณ 10-20%
การทำ ICSI เลือกเพศหรือมีโอกาสมีลูกแฝดได้ไหม
สำหรับการทำ ICSI ของคู่รักที่มีภาวะมีบุตรยาก ไม่สามารถเลือกเพศได้ แต่การทำ ICSI ร่วมกับทำ NGS จะสามารถรู้เพศของตัวอ่อนก่อนย้ายไปฝังในโพรงมดลูกได้ โดยมีความแม่นยำ 99.99% และการทำ ICSI มีโอกาสในการตั้งครรภ์แฝดคล้ายกับการทำเด็กหลอดแก้วปกติ คือ หากกรณีใส่ตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัวอ่อน และเกิดการตั้งครรภ์แฝด โดยทางการแพทย์การตั้งครรภ์แฝดจัดว่าเป็นการตั้งครรภ์เสี่ยงสูงชนิดนึ่ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงทั้งต่อคุณแม่ และทารกในครรภ์ จึงไม่ได้ส่งเสริมเรื่องการทำลูกแฝด
หากคุณเป็นคู่รักที่อยู่ระหว่างตัดสินใจทำ IUI และ ICSI Genesis Fertility Center หรือ GFC ศูนย์รวมบริการทางการแพทย์สำหรับมีบุตรยาก ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำหน้ามาช่วยการเจริญพันธ์ให้กับคู่รักที่ต้องการมีบุตร จนกระทั้งผู้ที่มีบุตรยาก ด้วยความเชี่ยวชาญที่ผสานความใส่ใจของทีมแพทย์และบุคลากร เมื่อคู่รักตัดสินใจทำการรักษาผู้มีบุตรยาก ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ด้วยวิธีทำการทำ IUI ICSI IVF และเรายังมีบริการฝากไข่ไว้สำหรับสาวโสดที่วางแผนการใช้ชีวิต
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ :
Call Center 097-484-5335
เวลาทำการ : จันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 20.00 น. หรือ
เสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 น.
คำถามที่พบบ่อย
IUI กับ ICSI แตกต่างกันอย่างไร?
IUI (ฉีดเชื้อผสมเทียม) เป็นการปฏิสนธิภายในร่างกาย โดยฉีดอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกแล้วเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง ใกล้เคียงวิธีธรรมชาติ ส่วน ICSI (อิ๊กซี่) เป็นการปฏิสนธินอกร่างกายหรือทำเด็กหลอดแก้ว โดยฉีดอสุจิ 1 ตัวเข้าไปในไข่โดยตรงในห้องปฏิบัติการ แล้วเลี้ยงตัวอ่อน 3-5 วันก่อนย้ายกลับเข้าโพรงมดลูก
อัตราความสำเร็จของ IUI และ ICSI ต่างกันแค่ไหน?
IUI มีอัตราสำเร็จประมาณ 10-20% ต่อรอบ (สูงกว่าการตั้งครรภ์ธรรมชาติ 2-3 เท่า) ส่วน ICSI มีอัตราสำเร็จสูงกว่ามากราว 60-65% เพราะควบคุมกระบวนการปฏิสนธิและคัดเลือกตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการได้แม่นยำกว่า
IUI กับ ICSI ราคาต่างกันเท่าไหร่?
IUI มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน ส่วน ICSI มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเพราะต้องผ่านกระบวนการเก็บไข่ เพาะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ และอาจรวมการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนด้วย
ใครเหมาะทำ IUI และใครเหมาะทำ ICSI?
IUI เหมาะกับคู่รักอายุน้อยกว่า 35 ปีที่มีบุตรยากโดยหาสาเหตุชัดเจนไม่ได้ หรือมีปัญหาเล็กน้อย ส่วน ICSI เหมาะกับกรณีที่มีปัญหารุนแรงกว่า เช่น อสุจิน้อยหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ ท่อนำไข่ตัน หรืออายุมากขึ้น รวมถึงกรณีที่ทำ IUI แล้วไม่สำเร็จ
ถ้าทำ IUI ไม่สำเร็จ ต้องเปลี่ยนไปทำ ICSI เลยไหม?
แพทย์มักแนะนำให้ลองทำ IUI ก่อน 3-6 รอบ หากยังไม่สำเร็จจึงจะพิจารณาเปลี่ยนมาทำ ICSI ซึ่งมีอัตราความสำเร็จสูงกว่าและสามารถตรวจคัดกรองโครโมโซมของตัวอ่อนเพิ่มเติมได้

