Skip to content Skip to footer

IUI ฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก ก้าวแรกสู่การมีลูก

สำหรับคู่แต่งงานที่ปล่อยธรรมชาติมานานเกิน 1 ปี (หรือเกิน 6 เดือนในกรณีที่ฝ่ายหญิงอายุมากกว่า 35 ปี) แล้วเบบี๋ยังไม่มาเกิดเสียที หมอเชื่อว่าความกังวลใจมักจะเริ่มก่อตัวขึ้น และหลายคนอาจคิดไปไกลถึงขั้นว่าเราต้องทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ที่มีราคาแพงและต้องเจ็บตัวฉีดยาหลายเข็มหรือเปล่า?

หมออยากบอกว่าในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์มีหลายระดับครับ และก้าวแรกที่สูตินรีแพทย์มักแนะนำให้เริ่มต้นเนื่องจากเลียนแบบธรรมชาติมากที่สุด ปลอดภัย และประหยัดงบประมาณ ก็คือการทำ “IUI” (Intrauterine Insemination) หรือการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง นั่นเองครับ วันนี้หมอจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคนิคนี้แบบเข้าใจง่าย ๆ กันครับ

🔬 การทำ IUI คืออะไร? ทำไมถึงช่วยให้ท้องง่ายขึ้น

การทำ IUI คือ การนำเชื้ออสุจิของฝ่ายชายมาผ่านกระบวนการคัดกรองในห้องปฏิบัติการเพื่อเลือกเฉพาะ “ตัวอสุจิที่แข็งแรง ว่ายดี และมีรูปร่างสมบูรณ์ที่สุด” จากนั้นแพทย์จะใช้ท่อพลาสติกขนาดเล็กและอ่อนนุ่ม สอดผ่านปากมดลูกเพื่อฉีดอสุจิกลุ่มพรีเมียมเหล่านี้เข้าไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงโดยตรงในช่วงเวลาที่ไข่ตกครับ

กลไกนี้ช่วยย่นระยะทางการเดินทางของอสุจิได้อย่างมากครับ จากเดิมที่อสุจิต้องว่ายฝ่าด่านกรดในช่องคลอดและมูกที่ปากมดลูก การทำ IUI จะเปรียบเสมือนการส่ง “ขนมจีบ” ไปจอดเทียบท่าถึงหน้าประตูบ้าน (ท่อนำไข่) ทำให้เพิ่มโอกาสที่อสุจิจะเจอกับไข่และเกิดการปฏิสนธิได้ง่ายขึ้นกว่าการฟีเจอริ่งกันเองตามธรรมชาติหลายเท่าตัวครับ

📋 ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธี IUI?

แม้ว่า IUI จะสะดวกและปลอดภัยสูง แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคู่นะครับ เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือ “ฝ่ายหญิงต้องมีท่อนำไข่ที่ใช้งานได้ดีอย่างน้อย 1 ข้าง” (เนื่องจากต้องให้ไข่และอสุจิไปเจอกันเองในท่อนำไข่) โดยกลุ่มคนที่หมอแนะนำให้เริ่มต้นด้วย IUI มีดังนี้ครับ:

  • ฝ่ายชายมีปัญหาสุขภาพอสุจิเล็กน้อย: เช่น มีจำนวนอสุจิน้อยกว่าเกณฑ์ หรือว่ายช้าเล็กน้อย ซึ่งการคัดเชื้อในแล็บจะช่วยปั๊มคุณภาพก่อนฉีดได้
  • ฝ่ายหญิงมีปัญหาเรื่องการตกไข่: เช่น ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งแพทย์สามารถใช้ยาช่วยกระตุ้นให้ไข่โตและกำหนดวันไข่ตกที่แม่นยำได้
  • ภาวะมูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นเกินไป: ทำให้อสุจิตามธรรมชาติไม่สามารถว่ายผ่านเข้าไปได้
  • หาสาเหตุของการมีบุตรยากไม่พบ (Unexplained Infertility): ตรวจร่างกายแล้วปกติทั้งคู่แต่ไม่ท้อง การทำ IUI จะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จให้สูงขึ้น

⏱️ เจาะลึก 4 ขั้นตอนการทำ IUI ลำดับเวลาที่คุณต้องเจอ

กระบวนการทำ IUI ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันตรวจครรภ์จะใช้เวลาล้อไปกับรอบเดือนของฝ่ายหญิง โดยมีลำดับขั้นตอนที่ต้องเตรียมตัวดังนี้ครับ:

1กระตุ้นรังไข่ (Ovulation Induction):วันที่ 2-3 ของรอบเดือน

เมื่อประจำเดือนมาเป็นวันที่ 2 หรือ 3 ฝ่ายหญิงจะต้องเข้ามาพบแพทย์เพื่ออัลตราซาวด์ดูมดลูกและรังไข่ จากนั้นแพทย์จะให้ยารับประทาน หรือยาฉีดชนิดอ่อน เพื่อกระตุ้นให้มีฟองไข่ที่สมบูรณ์โตขึ้นมาประมาณ 1-3 ใบ

2ติดตามไข่โตและฉีดยาให้ไข่ตก:ประมาณวันที่ 11-13 ของรอบเดือน

แพทย์จะนัดมาอัลตราซาวด์วัดขนาดของฟองไข่และความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อฟองไข่โตได้ขนาดที่เหมาะสม (ประมาณ 18-20 มิลลิเมตร) แพทย์จะทำการฉีดยาเหนี่ยวนำให้ไข่ตก (HCG injection) เพื่อล็อกเวลาที่ไข่จะตกอย่างแม่นยำ

3คัดแยกเชื้อและฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก:34-36 ชั่วโมงหลังฉีดยาให้ไข่ตก

ในวันนัดฉีดเชื้อ ฝ่ายชายจะต้องมาเก็บอสุจิ (ควรงดหลั่ง 2-7 วันก่อนหน้า) จากนั้นนักวิทยาศาสตร์จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในห้องแล็บเพื่อคัดเลือกตัวที่แข็งแรงที่สุด เมื่อเชื้อพร้อมแล้ว แพทย์จะทำการสอดท่อขนาดเล็กเพื่อฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก ใช้เวลาทำเพียง 5-10 นาที ไม่เจ็บ และไม่ต้องดมยาสลบครับ หลังทำเสร็จนอนพักประมาณ 20-30 นาทีก็กลับบ้านได้เลย

4ตรวจการตั้งครรภ์:14 วันหลังฉีดเชื้อ

หลังทำ IUI คนไข้อาจได้รับยาพยุงครรภ์ไปรับประทานหรือสอดช่องคลอด และหลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ ก็สามารถทดสอบการตั้งครรภ์จากปัสสาวะหรือเข้ามาเจาะเลือดตรวจค่า HCG ที่คลินิกได้เลยครับ

🆚 ความแตกต่างระหว่าง IUI กับ ICSI (เด็กหลอดแก้ว)

หลายคนสับสนว่าสองวิธีนี้ต่างกันอย่างไร หมอทำตารางสรุปเปรียบเทียบข้อแตกต่างชัด ๆ มาให้ เพื่อให้เห็นภาพและช่วยในการวางแผนงบประมาณครับ:

หัวข้อเปรียบเทียบการทำ IUI (ฉีดเชื้อเข้ามดลูก)การทำ ICSI (เด็กหลอดแก้ว)
การปฏิสนธิเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ภายในท่อนำไข่ของฝ่ายหญิงเกิดขึ้นในห้องแล็บ โดยนักวิทยาศาสตร์จับอสุจิเจาะใส่ไข่โดยตรง
ความพร้อมของร่างกายท่อนำไข่ต้องปกติอย่างน้อย 1 ข้าง, อสุจิต้องแข็งแรงพอว่ายเองได้ท่อนำไข่ตันทั้งสองข้างก็ทำได้, อสุจิมีน้อยมากหรือว่ายไม่ได้เลยก็ทำได้
การเจ็บตัว / การใช้ยาเจ็บตัวน้อยมาก ใช้ยากระตุ้นในปริมาณต่ำ ไม่ต้องเจาะเก็บไข่เจ็บตัวมากกว่า ต้องฉีดยากระตุ้นไข่หลายวัน และต้องวางยาสลบเพื่อเจาะเก็บไข่
โอกาสสำเร็จต่อรอบประมาณ 10-15% (ขึ้นอยู่กับอายุ)สูงถึง 50-70% (สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้ายได้)
ราคาค่าใช้จ่ายย่อมเยา เข้าถึงง่ายสูงกว่าเนื่องจากใช้เทคโนโลยีแล็บและยาปริมาณมาก

ทำไมคู่รักส่วนใหญ่ถึงไว้วางใจทำ IUI ที่ GFC Clinic?

การทำ IUI แม้จะเป็นหัตถการที่ดูไม่ซับซ้อน แต่อัตราความสำเร็จขึ้นอยู่กับ “ความแม่นยำในการจับเวลาตกไข่” และ “คุณภาพของห้องปฏิบัติการในการคัดเชื้ออสุจิ” เป็นสำคัญครับ ซึ่งที่ GFC Clinic เราโดดเด่นในเรื่องนี้:

  • ห้องแล็บเพาะเลี้ยงและคัดเชื้อมาตรฐานสากล: เรามีทีมนักวิทยาศาสตร์เลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) มืออาชีพคอยดูแลการเตรียมน้ำเชื้ออสุจิ ทำให้ได้อสุจิกลุ่ม Active ที่มีความพร้อมในการเจาะไข่สูงที่สุด
  • การประเมินรอบไข่ตกอย่างแม่นยำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: ทีมแพทย์ GFC มีความเชี่ยวชาญสูงในการคำนวณวันและเลือกใช้ยาเหนี่ยวนำการตกไข่ได้อย่างตรงจุด ทำให้เพิ่มโอกาสการปฏิสนธิในแต่ละรอบการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความใส่ใจและการดูแลอย่างใกล้ชิด: เราตระหนักดีว่าทุกความฝันมีความหมาย GFC ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมมดลูก ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเพื่อลดภาวะความเครียดของคนไข้

ให้ก้าวแรกของการสร้างครอบครัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมั่นใจ… หากคุณกำลังประสบปัญหามีบุตรยาก นัดหมายเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ GFC เพื่อประเมินเบื้องต้นก่อนได้เลยครับ

FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ IUI

Q: หลังทำ IUI (ฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก) เสร็จแล้ว สามารถมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติซ้ำได้ไหม?

A: สามารถมีได้ครับ และหมอมักแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ซ้ำในคืนวันที่มีการทำ IUI หรือในวันรุ่งขึ้นด้วยครับ เพราะจะช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิในระบบสืบพันธุ์ให้มากขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสสอดประสานและเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นอีกทางหนึ่งครับ

Q: หลังฉีดเชื้อ IUI ต้องนอนพักฟื้นกี่วัน และปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง?

A: ไม่ต้องนอนพักฟื้นยาวเป็นวัน ๆ ครับ หลังจากแพทย์ฉีดเชื้อเสร็จ คนไข้แค่นอนราบพักบนเตียงที่คลินิกประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้อสุจิเซ็ตตัว จากนั้นสามารถใช้ชีวิต ขับรถ ทำงานออฟฟิศ หรือเดินห้างได้ตามปกติทันทีครับ เพียงแต่หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกายหักโหม หรือการอบซาวน่าในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังทำครับ

Q: อัตราความสำเร็จของการทำ IUI อยู่ที่เท่าไหร่ และควรทำกี่ครั้งหากยังไม่สำเร็จ?

A: อัตราความสำเร็จเฉลี่ยของการทำ IUI จะอยู่ที่ประมาณ 10-15% ต่อรอบการรักษา ครับ (ขึ้นอยู่กับอายุของฝ่ายหญิงและคุณภาพอสุจิเป็นสำคัญ) โดยทั่วไปทางการแพทย์แนะนำว่า ควรรองทำ IUI ประมาณ 3-4 รอบ หากทำติดต่อกัน 3-4 ครั้งแล้วฟองไข่โตดี อสุจิดี แต่วันตรวจครรภ์ยังไม่ขึ้น 2 ขีด แพทย์มักจะแนะนำให้ขยับสเต็ปขึ้นไปรักษาด้วยวิธีทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) เพื่อค้นหาและแก้ปัญหาในจุดที่ลึกขึ้นต่อไปครับ

Q: การทำ IUI มีโอกาสได้ลูกแฝดไหม?

A: มีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติครับ เนื่องจากการทำ IUI มีขั้นตอนการใช้ยากระตุ้นรังไข่ ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายหญิงมีฟองไข่ที่โตและตกพร้อมกันมากกว่า 1 ใบในรอบนั้น (เช่น ตก 2 หรือ 3 ใบ) หากอสุจิเข้าไปปฏิสนธิสำเร็จพร้อมกันทั้ง 2 ใบ ก็จะเกิดการตั้งครรภ์แฝดได้ ซึ่งแพทย์จะคอยควบคุมปริมาณฟองไข่ผ่านการอัลตราซาวด์ หากพบว่ามีไข่โตมากเกินไป (เช่น เกิน 3-4 ใบ) แพทย์อาจแนะนำให้งดการฉีดเชื้อในรอบนั้นเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ครับ

พญ.แพรว พันไพศาล ใบอนุญาตเลขที่ 49364
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ประจำที่ GFC Clinic