เมื่อการมีบุตรต้องใช้เวลามากกว่าที่คิด: บทเรียนจากคนไข้ที่เดินทาง 1 ปี
การพยายามมีลูกเป็นเรื่องที่หลายคู่รักคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก แต่สำหรับบางครอบครัว เส้นทางนี้กลับยาวนานและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บทความนี้เล่าเรื่องราวของคุณกมลชนกและคุณชาญวิทย์ คู่รักที่ใช้เวลากว่าหนึ่งปีกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก พร้อมกับข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน
จุดเริ่มต้นของปัญหา: ตรวจพบรังไข่เสื่อมและช็อกโกแลตซีสต์
คุณกมลชนกและคุณชาญวิทย์เริ่มต้นด้วยการพยายามมีบุตรตามธรรมชาติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่ตั้งครรภ์ จึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจสุขภาพการเจริญพันธุ์อย่างละเอียด ผลการตรวจพบภาวะสำคัญสองอย่างที่ส่งผลต่อโอกาสตั้งครรภ์ ได้แก่ ภาวะรังไข่เสื่อม ซึ่งหมายถึงปริมาณและคุณภาพของไข่ที่ลดลง และ ช็อกโกแลตซีสต์ หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่บริเวณรังไข่ ซึ่งอาจรบกวนการตกไข่และการฝังตัวของตัวอ่อน
ก่อนที่จะมาปรึกษาที่ GFC — Genesis Fertility Center คุณกมลชนกได้ลองทำ IUI (Intrauterine Insemination) หรือการฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูกมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เพื่อวางแผนการรักษาในขั้นต่อไป
การวางแผนรักษา: ทำไมต้องเก็บไข่ถึง 3 รอบ
ทีมแพทย์ของ GFC ประเมินสุขภาพการเจริญพันธุ์ของคุณกมลชนกอย่างละเอียด และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับร่างกายของผู้ป่วยมากที่สุด นั่นคือการทำ IVF (In Vitro Fertilization) หรือการทำเด็กหลอดแก้ว โดยมีการกระตุ้นไข่และเก็บไข่ทั้งหมด 3 รอบ
เหตุผลที่ต้องเก็บไข่หลายรอบก็เพราะว่า ในแต่ละรอบการกระตุ้น จำนวนไข่ที่ได้อาจไม่มากพอ โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะรังไข่เสื่อม การเก็บไข่หลายรอบจึงเป็นกลยุทธ์เพื่อสะสมจำนวนไข่ให้มากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการได้ตัวอ่อนที่แข็งแรงในท้ายที่สุด
กระบวนการทั้งหมดต้องอาศัยทั้งเวลา ความอดทน และกำลังใจอย่างมาก ไม่ใช่แค่ร่างกายที่ต้องรับการรักษา แต่จิตใจก็ต้องเข้มแข็งไปพร้อมกันด้วย
ตัวอ่อน 1 ตัว ที่เปลี่ยนความหมายของความสำเร็จ
แม้จะผ่านการเก็บไข่ถึง 3 รอบ แต่สุดท้ายก็ได้ตัวอ่อนที่แข็งแรงเพียง 1 ตัวเท่านั้น ตัวเลขเพียงหนึ่งเดียวอาจฟังดูน้อย แต่สำหรับคุณกมลชนกและคุณชาญวิทย์ ตัวอ่อนตัวนั้นกลับกลายเป็นความหวังที่มีความหมายที่สุด
ปัจจุบัน คุณกมลชนกตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์ และตัวอ่อนกำลังเติบโตเป็นทารกน้อยในครรภ์ เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า จำนวนตัวอ่อนอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพของตัวอ่อน การวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ ล้วนมีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการรักษา
ผลลัพธ์ของการรักษาภาวะมีบุตรยากในแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- อายุของฝ่ายหญิง ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณและคุณภาพของไข่
- สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก เช่น ปัญหาท่อนำไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือภาวะรังไข่เสื่อม
- คุณภาพของอสุจิฝ่ายชาย ทั้งจำนวน ความแข็งแรง และรูปร่าง
- สุขภาพโดยรวมของทั้งสองฝ่าย เช่น โรคประจำตัว น้ำหนักตัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
สิ่งสำคัญคือ การรักษาภาวะมีบุตรยากไม่ใช่การแข่งขันกับใคร แต่เป็นการเดินทางร่วมกันระหว่างคนไข้และทีมแพทย์ เพื่อค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล
กำลังใจคือส่วนหนึ่งของการรักษา
การเดินทางครั้งนี้ของคุณกมลชนกและคุณชาญวิทย์ยาวนานกว่าที่คาดหวังไว้ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาก้าวต่อไปได้คือการตัดสินใจที่จะไม่ยอมแพ้ และการมีทีมแพทย์ที่คอยวางแผนและดูแลในทุกช่วงเวลา
สำหรับคู่รักที่กำลังอยู่บนเส้นทางเดียวกัน การรักษาภาวะมีบุตรยากอาจไม่ใช่เส้นทางที่ตรงและราบรื่นเสมอไป แต่ทุกก้าวของการรักษาล้วนมีความหมาย และทุกโอกาสล้วนเริ่มต้นจากการตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อ
ให้สัมภาษณ์โดย คุณกมลชนกและคุณชาญวิทย์ ผู้เข้ารับการรักษาจริง วันที่ 21/07/2568
*ผลการรักษาขึ้นอยู่กับรายบุคคล
แพทย์ผู้ดูแลเคส: พญ. แพรว พินิจไพศาล (ว.49364) แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
กำกับดูแลโดย: รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ (ว.18494) แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ภาวะรังไข่เสื่อมคืออะไร และตรวจพบได้อย่างไร?
ภาวะรังไข่เสื่อม (Diminished Ovarian Reserve) คือภาวะที่รังไข่มีปริมาณไข่ลดลงหรือคุณภาพไข่ต่ำกว่าอายุตามเกณฑ์ ตรวจได้จากการเจาะเลือดดูระดับฮอร์โมน AMH และ FSH ร่วมกับการอัลตราซาวนด์เพื่อนับจำนวนฟอลลิเคิลเล็กในรังไข่ (AFC) หากพบว่าค่าต่ำกว่าปกติ อาจหมายถึงโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสเลย
ช็อกโกแลตซีสต์มีผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?
ช็อกโกแลตซีสต์เป็นถุงน้ำที่เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญที่รังไข่ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลต่อคุณภาพไข่ การตกไข่ และการฝังตัวของตัวอ่อนได้ อีกทั้งการผ่าตัดเอาซีสต์ออกอาจกระทบเนื้อรังไข่ ดังนั้นการวางแผนรักษาจึงต้องประเมินขนาดและตำแหน่งของซีสต์ร่วมกับปริมาณไข่ที่เหลืออยู่ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด
IUI กับ IVF ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน?
IUI คือการฉีดอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกเข้าโพรงมดลูกในช่วงตกไข่ เป็นวิธีที่ยุ่งยากน้อยกว่าและค่าใช้จ่ายต่ำกว่า แต่โอกาสสำเร็จต่อรอบค่อนข้างจำกัด เหมาะกับคนที่มีท่อนำไข่ปกติและปริมาณอสุจิเพียงพอ ส่วน IVF คือการกระตุ้นไข่ เก็บไข่ ผสมกับอสุจิในห้องแล็บ แล้วย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก เหมาะกับกรณีที่มีปัญหาท่อนำไข่ ภาวะรังไข่เสื่อม หรือผ่านการทำ IUI หลายครั้งไม่สำเร็จ การเลือกวิธีใดควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินจากข้อมูลสุขภาพของทั้งสองฝ่าย
ทำไมต้องเก็บไข่หลายรอบ แล้วแต่ละรอบห่างกันเท่าไร?
ในคนที่มีปริมาณไข่น้อย การกระตุ้นหนึ่งรอบอาจได้ไข่ไม่มากพอ การเก็บหลายรอบจึงช่วยสะสมจำนวนไข่เพื่อเพิ่มโอกาสได้ตัวอ่อนที่แข็งแรง โดยทั่วไปแต่ละรอบห่างกันประมาณ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของร่างกายและแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด ซึ่งการเก็บไข่หลายรอบไม่ได้หมายความว่าการรักษาไม่คืบหน้า แต่เป็นกลยุทธ์ที่วางแผนเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในระยะยาว
ตัวอ่อนแช่แข็งกับตัวอ่อนสด แบบไหนดีกว่ากัน?
ทั้งสองวิธีมีข้อดีต่างกัน การย้ายตัวอ่อนสดช่วยลดระยะเวลารอคอย แต่ในบางกรณี เช่น มีความเสี่ยงต่อภาวะรังไข่ตอบสนองมากเกินไป หรือระดับฮอร์โมนไม่เหมาะสม การแช่แข็งตัวอ่อนแล้วย้ายในรอบถัดไปอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพราะให้เวลามดลูกปรับสภาพและลดความเสี่ยงจากฮอร์โมนที่สูงเกินไป การเลือกวิธีใดขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนและดุลยพินิจของแพทย์
มีตัวอ่อนแค่ 1 ตัว โอกาสตั้งครรภ์น้อยหรือไม่?
โอกาสตั้งครรภ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนตัวอ่อนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของตัวอ่อนเป็นหลัก ตัวอ่อนที่ผ่านการเจริญถึงระยะบลาสโตซิสต์และผ่านการตรวจคัดกรองโครโมโซมแล้ว แม้มีเพียง 1 ตัว ก็มีโอกาสฝังตัวและพัฒนาเป็นทารกได้ไม่ต่างจากตัวอ่อนหลายตัวในหลายกรณี สิ่งสำคัญคือการเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดและเตรียมมดลูกให้พร้อมรับการฝังตัว
หากต้องการประเมินภาวะเจริญพันธุ์หรือวางแผนการรักษา GFC — Genesis Fertility Center สามารถนัดหมายเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้
