Skip to content Skip to footer

แท้งซ้ำหลายครั้ง เกิดจากอะไร ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนวางแผนมีลูกใหม่

การแท้งบุตรเป็นประสบการณ์ที่สร้างความเสียใจให้กับคู่รักที่วางแผนมีบุตรอยู่แล้ว แต่หากเกิดขึ้นซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง คำถามที่ตามมาคือ “เกิดจากอะไร” และ “ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนวางแผนตั้งครรภ์ใหม่” บทความนี้รวบรวมข้อมูลสาเหตุที่พบบ่อยและแนวทางการตรวจวินิจฉัยภาวะแท้งซ้ำ (Recurrent Pregnancy Loss)

แท้งซ้ำ (Recurrent Pregnancy Loss) คืออะไร

ตามเกณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบัน “ภาวะแท้งซ้ำ” หมายถึงการแท้งบุตรก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ติดต่อกันตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการตั้งครรภ์กับคู่เดิมเสมอไป คู่รักที่เจอสถานการณ์นี้ควรเข้ารับการตรวจหาสาเหตุ แทนที่จะปล่อยให้ตั้งครรภ์ซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะบางสาเหตุสามารถวางแผนป้องกันหรือดูแลเพิ่มเติมได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์รอบถัดไป

สาเหตุที่พบบ่อยของการแท้งซ้ำ

  • ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน — เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการแท้งในไตรมาสแรก โดยเฉพาะเมื่ออายุมารดามากขึ้น
  • ความผิดปกติโครงสร้างมดลูก เช่น มดลูกมีผนังกั้น (Septate uterus) เนื้องอกมดลูก หรือพังผืดในโพรงมดลูก ซึ่งอาจรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน
  • กลุ่มอาการแอนติฟอสโฟลิพิด (Antiphospholipid Syndrome) — ภาวะภูมิคุ้มกันที่ทำให้เลือดแข็งตัวง่ายผิดปกติ ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงรก
  • โรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ดี เช่น เบาหวาน หรือไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
  • ความผิดปกติของโครโมโซมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งคู่ (เช่น Balanced Translocation) ซึ่งพบได้ในคู่สมรสบางรายแม้ตัวเองมีสุขภาพปกติดี
  • ไม่ทราบสาเหตุ (Unexplained) — แม้ตรวจครบแล้ว คู่รักจำนวนไม่น้อยยังหาสาเหตุไม่พบชัดเจน ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จในอนาคต

ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนวางแผนตั้งครรภ์ใหม่

แพทย์จะซักประวัติละเอียดร่วมกับพิจารณาส่งตรวจตามความเหมาะสมของแต่ละคู่ ซึ่งโดยทั่วไปครอบคลุม:

  • ตรวจโครโมโซมของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย (Karyotype)
  • ตรวจโครงสร้างโพรงมดลูกด้วยอัลตราซาวด์ 3 มิติ หรือส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy)
  • ตรวจเลือดหาภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติและภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์และระดับน้ำตาลในเลือด
  • หากมีชิ้นเนื้อจากการแท้งครั้งก่อน อาจส่งตรวจโครโมโซมของตัวอ่อนเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม

แนวทางดูแลหลังทราบสาเหตุ

แนวทางดูแลจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุที่ตรวจพบ เช่น การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของมดลูกในรายที่จำเป็น การควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในเกณฑ์ก่อนตั้งครรภ์ หรือการพิจารณาทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI/IVF) ร่วมกับการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ (PGT-A) เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสแท้งซ้ำในบางกรณี ทั้งนี้แนวทางการดูแลและการใช้ยาต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์

หากแท้งบุตรติดต่อกันตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป โดยเฉพาะคู่ที่ฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจหาสาเหตุก่อนพยายามตั้งครรภ์ครั้งถัดไป เพื่อให้แพทย์วางแผนดูแลได้ตรงจุดมากขึ้น ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านภาวะมีบุตรยากของ GFC Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและตรวจประเมินอย่างละเอียดในทุกสาขา

คำถามที่พบบ่อย

แท้งกี่ครั้งถึงเรียกว่า “แท้งซ้ำ”?

ตามเกณฑ์ที่ใช้ทั่วไป คือแท้งติดต่อกันตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป ก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจหาสาเหตุก่อนวางแผนตั้งครรภ์ครั้งถัดไป

แท้งซ้ำหาสาเหตุไม่เจอ ยังมีโอกาสท้องสำเร็จไหม?

มีโอกาสสำเร็จได้ แม้ตรวจครบแล้วไม่พบสาเหตุชัดเจน คู่รักจำนวนไม่น้อยยังสามารถตั้งครรภ์และคลอดบุตรได้สำเร็จในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

ต้องตรวจโครโมโซมทั้งคู่ไหม หรือแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง?

แนะนำให้ตรวจทั้งสองฝ่าย เนื่องจากความผิดปกติของโครโมโซมที่ส่งผลต่อการแท้งซ้ำอาจมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งคู่ก็ได้ แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีสุขภาพร่างกายปกติดี

ทำ ICSI/IVF ร่วมกับ PGT-A ช่วยลดการแท้งซ้ำได้จริงไหม?

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ (PGT-A) ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสแท้งจากสาเหตุโครโมโซมผิดปกติได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้การันตีผลลัพธ์ทุกราย เนื่องจากการแท้งซ้ำอาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ตรวจหาสาเหตุแท้งซ้ำที่ GFC ใช้เวลานานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับจำนวนรายการตรวจที่จำเป็นในแต่ละราย โดยทั่วไปการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์เบื้องต้นทราบผลได้ภายในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์ ส่วนการตรวจโครโมโซมอาจใช้เวลานานกว่านั้น แพทย์จะแจ้งกำหนดเวลาที่ชัดเจนตามรายการตรวจของแต่ละคู่